ในยุคที่ AI ก้าวจาก “ผู้ช่วยตอบคำถาม” ไปสู่ “เอเจนต์ที่ลงมือทำงานแทนเราได้” เครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดความซับซ้อนในการทำงานกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ และสองชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในปี 2026 คือ Microsoft Copilot และ ChatGPT ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการทำงานและการใช้ชีวิตของเราในรูปแบบที่แตกต่างกัน
Microsoft Copilot (ชื่อเดิมที่คุ้นเคยคือ Microsoft 365 Copilot) เปรียบเสมือนเพื่อนร่วมงานที่อยู่ในทุกแอปที่คุณใช้ทำงาน ทั้ง Word, Excel, PowerPoint, Outlook และ Teams เข้าใจบริบทงานขององค์กรจากอีเมล ไฟล์ การประชุม และแชท และปัจจุบันยังสามารถรับมอบหมายงานหลายขั้นตอนไปทำต่อจนเสร็จผ่าน Copilot Cowork ในขณะที่ ChatGPT ของ OpenAI เปรียบเสมือนผู้ช่วยอเนกประสงค์ที่พร้อมตอบคำถาม ให้คำปรึกษา สร้างสรรค์เนื้อหา เขียนโค้ด สร้างรูปภาพ ไปจนถึงค้นคว้าเชิงลึกและทำงานบนเว็บแทนเราผ่าน Agent Mode แม้ว่าทั้งสองเครื่องมือจะถูกสร้างขึ้นมาด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน แต่ทั้งคู่มีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้การทำงานของเราง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น บทความนี้ (อัปเดตข้อมูลล่าสุด กันยายน 2026) จะสรุปให้เห็นชัด ๆ ว่า Microsoft Copilot และ ChatGPT แตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกใช้แบบไหน?
การเปรียบเทียบระหว่าง Microsoft Copilot และ ChatGPT (อัปเดต 2026)
หลายคนเข้าใจว่า Microsoft Copilot กับ ChatGPT คือสิ่งเดียวกัน เพราะเคยใช้โมเดล GPT ของ OpenAI เหมือนกัน แต่ความจริงแล้ว ChatGPT พัฒนาโดย OpenAI ส่วน Microsoft Copilot พัฒนาโดย Microsoft และในปี 2026 Copilot ได้เปลี่ยนเป็นสถาปัตยกรรมแบบ หลายโมเดล (Multi-model) ที่เลือกใช้ได้ทั้งโมเดลของ OpenAI และ Anthropic (Claude) โดยผสานเข้ากับข้อมูลงานขององค์กรผ่าน Work IQ ทั้งสองจึงมีวัตถุประสงค์ รูปแบบการใช้งาน และการดูแลข้อมูลที่แตกต่างกัน นี่คือการเปรียบเทียบระหว่างทั้งสอง

วัตถุประสงค์และการใช้งาน
- Microsoft Copilot:
- วัตถุประสงค์: ออกแบบมาเพื่อเป็น AI สำหรับการทำงานในองค์กร ทำงานภายในแอปพลิเคชัน Microsoft 365 เช่น Word, Excel, PowerPoint, Outlook และ Teams โดยเข้าใจบริบทจากข้อมูลงานของคุณ (อีเมล ไฟล์ การประชุม แชท) ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูลของ Microsoft 365
- การใช้งาน: ช่วยเขียนเอกสาร สร้างงานนำเสนอ วิเคราะห์ข้อมูลในสเปรดชีต สรุปการประชุม จัดการอีเมลและตารางนัดหมาย รวมถึงใช้เอเจนต์อย่าง Researcher, Analyst และ Copilot Cowork เพื่อทำงานหลายขั้นตอนแทนผู้ใช้
- ChatGPT:
- วัตถุประสงค์: ออกแบบมาเป็นผู้ช่วย AI อเนกประสงค์สำหรับทุกคน ใช้สนทนาและตอบคำถามได้หลากหลายหัวข้อ ตั้งแต่เรื่องทั่วไป การเรียน งานสร้างสรรค์ ไปจนถึงงานเชิงเทคนิคและการเขียนโปรแกรม
- การใช้งาน: ใช้งานผ่านเว็บ chatgpt.com และแอปบน iOS, Android, macOS และ Windows ช่วยตอบคำถาม ให้คำปรึกษา สร้างเนื้อหาและรูปภาพ วิเคราะห์ไฟล์ ค้นคว้าเชิงลึก (Deep Research) และสั่งงานให้ทำแทนบนเว็บด้วย Agent Mode รวมถึงเชื่อมต่อแอปภายนอก เช่น Gmail, Google Drive, GitHub, SharePoint ผ่าน Apps/Connectors
เทคโนโลยีพื้นฐานและโมเดล AI
- Microsoft Copilot:
- ใช้สถาปัตยกรรม หลายโมเดล: GPT-5.6 ของ OpenAI เป็นโมเดลหลัก (Preferred model) ตั้งแต่กรกฎาคม 2026 และเริ่มทยอยเพิ่ม GPT-6 Sol และ Claude Opus 5.5 ของ Anthropic ในเดือนกันยายน 2026 ใน Word, Excel, PowerPoint, Chat, Cowork และ Copilot Studio พร้อมโหมด Auto ที่ช่วยเลือกโมเดลให้เหมาะกับแต่ละคำขอ
- ขับเคลื่อนด้วย Work IQ ชั้นความเข้าใจบริบทขององค์กร (ต่อยอดจาก Microsoft Graph) ที่เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคน ไฟล์ อีเมล การประชุม และรูปแบบการทำงาน ทำให้คำตอบอ้างอิงข้อมูลงานจริงของคุณ โดยเคารพสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลเดิมในองค์กร
- ChatGPT:
- ใช้โมเดลตระกูล GPT-6 ล่าสุดของ OpenAI ได้แก่ GPT-6 Astra (เปิดตัว 3 ก.ย. 2026 เป็นโมเดลที่ทรงพลังที่สุด) และ GPT-6 Sol / GPT-6 Luna (เปิดตัว 22 ก.ย. 2026 เน้นความคุ้มค่าและลดข้อผิดพลาด) โดยโมเดลที่ใช้ได้ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ ส่วนโมเดลรุ่นเก่าอย่าง GPT-4.5 และ o3 ได้ถูกปลดออกจาก ChatGPT แล้วในปี 2026
- นำไปใช้ได้หลายบริบท เช่น แชทบอท บริการลูกค้า การให้คำปรึกษา การสร้างเนื้อหา การพัฒนาโปรแกรม (Codex) การสร้างรูปภาพ การค้นคว้าเชิงลึก และงานเชิงเอเจนต์
ความสามารถหลัก
- Microsoft Copilot:
- ช่วยเขียนเอกสาร: ร่าง แก้ไข และปรับปรุงเอกสารใน Word
- วิเคราะห์ข้อมูล: สร้างสูตร วิเคราะห์ และสร้างกราฟใน Excel
- สร้างงานนำเสนอ: สร้างและปรับแต่งสไลด์ใน PowerPoint
- จัดการอีเมลและตารางเวลา: สรุปและตอบกลับอีเมลใน Outlook
- สนับสนุนการประชุม: สรุปการประชุมและงานที่ต้องทำต่อใน Teams
- เอเจนต์ทำงานแทน: Researcher, Analyst และ Copilot Cowork สำหรับงานหลายขั้นตอน
- ChatGPT:
- การสนทนา: สนทนาได้หลากหลายหัวข้ออย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงโหมดเสียง (Voice)
- การตอบคำถามและค้นหา: ตอบคำถามพร้อมค้นหาข้อมูลล่าสุดจากเว็บ และทำ Deep Research
- การให้คำปรึกษา: ให้คำแนะนำในเรื่องต่าง ๆ ทั้งงาน การเรียน และชีวิตประจำวัน
- การสร้างเนื้อหา: บทความ โพสต์โซเชียล รูปภาพ โค้ด และเว็บไซต์ง่าย ๆ
- การแปลภาษา: แปลและเรียบเรียงข้อความระหว่างภาษาต่าง ๆ
- Agent Mode: สั่งให้ AI ท่องเว็บ กรอกฟอร์ม ทำสไลด์ หรือทำงานหลายขั้นตอนแทน
การรวมเข้ากับระบบ
- Microsoft Copilot:
- ผสานรวมโดยตรงกับ Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Teams และแอป Microsoft Copilot (ชื่อใหม่ของแอป Microsoft 365) ทั้งบนเว็บ เดสก์ท็อป และมือถือ ทำให้ใช้งานได้สะดวกในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย
- ขยายความสามารถด้วย Copilot Studio เพื่อสร้างเอเจนต์ขององค์กรเอง และผู้ดูแลระบบควบคุมสิทธิ์ ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามข้อกำหนดได้จาก Microsoft 365 Admin Center
- ChatGPT:
- ผสานรวมกับแอปและบริการต่าง ๆ ผ่าน Apps/Connectors (เช่น Gmail, Google Drive, GitHub, Outlook, Teams, SharePoint) และรองรับมาตรฐาน MCP / Apps SDK
- นักพัฒนาสามารถนำโมเดลไปใช้ในระบบของตนผ่าน OpenAI API รวมถึงผ่าน Microsoft Azure และ AWS
Microsoft Copilot
คุณสมบัติหลักของ Microsoft Copilot
- ช่วยเขียนและแก้ไขเอกสาร:
- ช่วยร่าง แก้ไข และปรับปรุงเนื้อหาในเอกสาร Word โดยอ้างอิงไฟล์หรืออีเมลที่เกี่ยวข้องได้
- สรุปเอกสารยาว ๆ และปรับโทนภาษาให้เหมาะกับผู้อ่าน
- วิเคราะห์และจัดการข้อมูลใน Excel:
- ช่วยสร้างสูตรคำนวณ ทำความสะอาดข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก
- สร้างกราฟ PivotTable และสรุปข้อมูลเพื่อการตัดสินใจที่ง่ายขึ้น
- สร้างและปรับแต่งงานนำเสนอใน PowerPoint:
- สร้างสไลด์จากเอกสาร Word หรือคำสั่งที่ให้ไป พร้อมแนะนำการจัดเรียงเนื้อหา
- ปรับดีไซน์ให้สอดคล้องกับเทมเพลตและแบรนด์ขององค์กร
- จัดการอีเมลและตารางนัดหมายใน Outlook:
- สรุปเธรดอีเมลยาว ๆ และช่วยร่างอีเมลตอบกลับ
- ช่วยจัดลำดับความสำคัญของอีเมลและจัดการตารางเวลา
- สนับสนุนการประชุมใน Microsoft Teams:
- สรุปประเด็นสำคัญ ข้อตัดสินใจ และงานที่ต้องทำต่อ (Action items) จากการประชุม
- ตอบคำถามระหว่างประชุม เช่น “ที่ผ่านมามีใครคัดค้านประเด็นไหนบ้าง”
- เอเจนต์ Researcher และ Analyst:
- Researcher ช่วยค้นคว้างานที่ซับซ้อนหลายขั้นตอน และสรุปเป็นรายงานพร้อมแหล่งอ้างอิง จากทั้งเว็บและข้อมูลงานของคุณ
- Analyst ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกแบบนักวิเคราะห์ข้อมูล (รวมอยู่ในไลเซนส์ Microsoft Copilot)
- Copilot Cowork – มอบหมายงานให้ AI ทำจนเสร็จ:
- อธิบายผลลัพธ์ที่ต้องการ แล้ว Cowork จะวางแผนและลงมือทำงานหลายขั้นตอนข้ามแอป เช่น ร่างเอกสาร นัดประชุม ส่งอัปเดต และรวบรวมข้อมูล โดยมีจุดตรวจสอบให้ผู้ใช้ควบคุมได้
- เปิดให้ใช้งานทั่วไปตั้งแต่มิถุนายน 2026 คิดค่าบริการตามการใช้งาน (Copilot Credits)
- การทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันอื่น ๆ ใน Microsoft 365:
- ทำงานข้ามแอปพลิเคชันเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและการทำงานระหว่างแอป
- ใช้ Work IQ เพื่อปรับคำตอบให้ตรงกับบริบทของผู้ใช้และองค์กร และเลือกโมเดล AI ได้ (GPT หรือ Claude)
ประโยชน์ของการใช้ Microsoft Copilot
- เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน: ช่วยเขียนเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล และสร้างงานนำเสนอได้เร็วขึ้น
- ลดงานซ้ำซ้อน: มอบหมายงานหลายขั้นตอนให้เอเจนต์ช่วยทำ ทำให้มีเวลาโฟกัสงานสำคัญ
- ประหยัดเวลา: สรุปอีเมล การประชุม และเอกสารได้ในไม่กี่วินาที
- ส่งเสริมการสร้างสรรค์: ช่วยระดมไอเดียและต่อยอดเนื้อหาจากข้อมูลที่มีอยู่แล้วในองค์กร
- เพิ่มความร่วมมือในทีม: ทำให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลและข้อสรุปเดียวกันได้รวดเร็ว
- ปลอดภัยระดับองค์กร: ทำงานภายใต้ขอบเขตการประมวลผลข้อมูลเชิงพาณิชย์ของ Microsoft 365 และสิทธิ์การเข้าถึงเดิมขององค์กร
ข้อดี
- เข้าใจบริบทงานจริง: ตอบโดยอ้างอิงอีเมล ไฟล์ การประชุม และแชทที่คุณมีสิทธิ์เข้าถึง
- ฝังอยู่ในแอปที่ใช้ทุกวัน: ไม่ต้องสลับหน้าจอหรือคัดลอกข้อมูลไปมา
- เลือกโมเดลได้: ใช้ได้ทั้ง GPT และ Claude หรือให้ระบบเลือกอัตโนมัติ
- ควบคุมและกำกับดูแลได้: ผู้ดูแลระบบบริหารสิทธิ์ ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามข้อกำหนดได้จากศูนย์กลาง
- ใช้งานง่าย: ผสานกับแอป Microsoft 365 ที่คุ้นเคย ผู้ใช้เริ่มต้นใช้งานได้ทันที
ข้อควรพิจารณาและราคา (ข้อมูล ณ กันยายน 2026)
- Copilot Chat: ผู้ใช้ Microsoft 365 แบบองค์กรใช้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่ยังไม่มีความสามารถขั้นสูงบางส่วนที่ต้องใช้ข้อมูลงานและเอเจนต์ Researcher / Analyst
- Microsoft 365 Copilot Business (องค์กรไม่เกิน 300 ผู้ใช้): ราคาปกติ 21 USD/ผู้ใช้/เดือน ลดเหลือ 18 USD ระหว่าง 1 ก.ค. – 31 ธ.ค. 2026 (ต้องมีแพ็กเกจ Microsoft 365 Business ที่รองรับ)
- Microsoft 365 Copilot (Enterprise): 30 USD/ผู้ใช้/เดือน (สัญญารายปี) เป็น Add-on บนไลเซนส์ Microsoft 365 ที่รองรับ
- Copilot Cowork คิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งาน (Copilot Credits) แยกเพิ่มเติม และผลลัพธ์จาก AI ควรได้รับการตรวจทานก่อนนำไปใช้เสมอ
- ราคาเป็นราคาตั้ง (USD) ยังไม่รวม VAT และอาจเปลี่ยนแปลงได้ สอบถามราคาในประเทศไทยได้ที่ทีม AskMe
ChatGPT

ความสามารถหลักของ ChatGPT
- การตอบคำถามทั่วไปและค้นหาข้อมูล (Question Answering & Search):
- ตอบคำถามได้หลากหลายหัวข้อ เช่น วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ธุรกิจ เทคโนโลยี
- ค้นหาข้อมูลล่าสุดจากเว็บพร้อมแนบแหล่งอ้างอิง
- การสนทนาที่เป็นธรรมชาติ (Natural Conversation):
- สนทนาได้เป็นธรรมชาติทั้งแบบพิมพ์และแบบเสียง (Voice)
- รองรับหลายภาษา และจดจำความชอบของผู้ใช้ได้ด้วยฟีเจอร์ Memory (เปิด/ปิดหรือลบได้)
- การค้นคว้าเชิงลึก (Deep Research):
- ค้นคว้าจากหลายแหล่งข้อมูลแล้วสรุปเป็นรายงานพร้อมแหล่งอ้างอิง
- เหมาะกับงานวิเคราะห์ตลาด คู่แข่ง หรือหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
- Agent Mode – ให้ AI ลงมือทำงานแทน:
- สั่งให้ ChatGPT ท่องเว็บ กรอกฟอร์ม เปรียบเทียบข้อมูล หรือสร้างสไลด์ได้ในคำสั่งเดียว
- ใช้ร่วมกับ Connectors เพื่อดึงข้อมูลจาก Gmail, Google Drive, GitHub หรือ SharePoint (สำหรับแพ็กเกจแบบชำระเงิน)
- การสร้างเนื้อหาและรูปภาพ (Content & Image Generation):
- สร้างบทความ โพสต์โซเชียล สคริปต์ และคำโฆษณา
- สร้างและแก้ไขรูปภาพจากคำสั่งข้อความ
- การเขียนโปรแกรม (Coding with Codex):
- ช่วยเขียน อธิบาย และแก้บั๊กโค้ด
- ใช้ Codex สำหรับงานพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน
- การช่วยในการเรียนรู้ (Educational Assistance):
- อธิบายแนวคิดที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย และช่วยทบทวนบทเรียน
- สร้าง Flashcards แบบโต้ตอบจากหัวข้อหรือโน้ตที่อัปโหลด
- การแปลภาษาและงาน NLP (Translation & NLP Tasks):
- แปลภาษา สรุปเนื้อหา (Text Summarization) วิเคราะห์ความรู้สึก (Sentiment Analysis) และจัดหมวดหมู่ข้อมูล (Text Classification)
ประโยชน์ของการใช้ ChatGPT
- เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน: ค้นหาข้อมูล เขียนเนื้อหา หรือแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น
- ลดภาระงานของบุคลากร: ใช้ในงานบริการลูกค้าหรือการให้คำปรึกษาผ่าน API
- ส่งเสริมการเรียนรู้: ช่วยนักเรียน ครู และคนทำงานเรียนรู้เรื่องใหม่ได้เร็วขึ้น
- การใช้งานที่ยืดหยุ่น: ใช้ได้ทุกบริบท ทุกอุปกรณ์ ไม่ผูกกับชุดโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่ง
ข้อดี
- ได้ใช้โมเดลใหม่ล่าสุดของ OpenAI ก่อนใคร: เช่น ตระกูล GPT-6 (Astra, Sol, Luna)
- ความสามารถในการสนทนาที่เหมือนจริง: ทั้งแบบข้อความและเสียง
- ฟีเจอร์ครบในที่เดียว: ค้นหา Deep Research สร้างรูปภาพ เขียนโค้ด และ Agent Mode
- ปรับให้เป็นส่วนตัวได้: ใช้ Memory, Projects และ Custom GPTs ให้ตอบตรงกับสไตล์การทำงานของคุณ
- มีเวอร์ชันฟรี: เริ่มต้นใช้งานได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ข้อควรพิจารณาและราคา (ข้อมูล ณ กันยายน 2026)
- แพ็กเกจส่วนบุคคล: Free (ฟรี), Go (8 USD/เดือน), Plus (20 USD/เดือน), Pro (100 หรือ 200 USD/เดือน)
- แพ็กเกจองค์กร: Business 20 USD/ผู้ใช้/เดือน (รายปี) หรือ 25 USD (รายเดือน) ขั้นต่ำ 2 ผู้ใช้ และ Enterprise (ราคาตามตกลง)
- โมเดลและฟีเจอร์ขั้นสูง (เช่น GPT-6 Pro, Agent Mode) ใช้ได้เฉพาะบางแพ็กเกจ และมีขีดจำกัดการใช้งานต่างกัน
- หากใช้กับข้อมูลองค์กร ควรเลือกแพ็กเกจ Business/Enterprise และตั้งค่า Connectors ให้สอดคล้องกับนโยบายความปลอดภัยขององค์กร
- ราคาเป็นราคาตั้ง (USD) และอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบที่ chatgpt.com/pricing
จะเลือกใช้งาน Microsoft Copilot หรือ ChatGPT ดี?
เมื่อเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Microsoft Copilot และ ChatGPT แล้ว หลายคนอาจยังสงสัยว่าในชีวิตจริง ควรเลือกใช้งานตัวไหน หรือใช้งานร่วมกันได้ไหม? คำตอบคือขึ้นอยู่กับ เป้าหมาย และ รูปแบบการทำงาน ของแต่ละคนและแต่ละองค์กร
เลือก Microsoft Copilot ถ้า…
คุณทำงานอยู่ใน ระบบนิเวศของ Microsoft 365 เช่น Word, Excel, PowerPoint, Outlook และ Teams เป็นประจำ
คุณต้องการ ผู้ช่วยที่เข้าใจบริบท ของข้อมูลภายในองค์กร เช่น เอกสารใน OneDrive/SharePoint อีเมลใน Outlook หรือการประชุมใน Teams
องค์กรให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัย การกำกับดูแลข้อมูล และการควบคุมสิทธิ์ จากศูนย์กลาง
คุณต้องการ มอบหมายงานหลายขั้นตอน ภายในองค์กรให้เอเจนต์อย่าง Researcher, Analyst หรือ Copilot Cowork ช่วยทำ
เลือก ChatGPT ถ้า…
คุณต้องการ ผู้ช่วยอเนกประสงค์ สำหรับเรื่องทั่วไป ไม่จำกัดเฉพาะงานสำนักงาน
คุณทำงานเกี่ยวกับ การสร้างเนื้อหา เช่น บทความ โพสต์โซเชียล รูปภาพ หรือไอเดียการตลาด
คุณต้องการ เข้าถึงโมเดลใหม่ล่าสุดของ OpenAI หรือใช้งานด้าน การเขียนโปรแกรม ด้วย Codex
คุณต้องการ ใช้งานข้ามแพลตฟอร์ม ทั้งมือถือ เว็บไซต์ และเชื่อมต่อบริการอื่นผ่าน Connectors หรือ API
ใช้งานร่วมกันได้ไหม?
แน่นอนว่าได้! ผู้ใช้จำนวนมากเลือกที่จะ ใช้ทั้งสองเครื่องมือควบคู่กัน เช่น
ใช้ ChatGPT เพื่อระดมไอเดีย ค้นคว้าข้อมูลภายนอก หรือวางโครงสร้างเนื้อหาเบื้องต้น
จากนั้นนำไปต่อยอดด้วย Microsoft Copilot เพื่อผสานกับข้อมูลภายในองค์กร แล้วจัดทำเป็นเอกสาร Word รายงาน Excel หรือสไลด์ PowerPoint พร้อมแชร์ให้ทีมผ่าน Teams
การผสมผสานนี้จะช่วยให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากทั้งสองแพลตฟอร์ม
ทั้ง ความยืดหยุ่นและความสามารถที่หลากหลาย จาก ChatGPT และ ความเข้าใจบริบทและความปลอดภัยระดับองค์กร จาก Microsoft Copilot
สรุปแบบเข้าใจง่าย
| การใช้งาน | เหมาะสำหรับ |
|---|---|
| การทำงานกับแอป Microsoft 365 (Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Teams) | Microsoft Copilot |
| การสนทนา ตอบคำถามทั่วไป | ChatGPT |
| การสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ ๆ และรูปภาพ | ChatGPT |
| การจัดการเอกสาร งานนำเสนอ ประชุม | Microsoft Copilot |
| การใช้งานข้ามแพลตฟอร์ม หลากหลายงาน | ChatGPT |
| การเขียนโปรแกรมและพัฒนาซอฟต์แวร์ | ChatGPT |
| การผสานข้อมูลองค์กรและความปลอดภัยของข้อมูล | Microsoft Copilot |
| มอบหมายงานหลายขั้นตอนภายในองค์กร (Agent) | Microsoft Copilot (Cowork) |
| มอบหมายงานบนเว็บทั่วไป (Agent) | ChatGPT (Agent Mode) |
สรุป
แม้ว่า Microsoft Copilot และ ChatGPT จะใช้เทคโนโลยี AI แบบ Large Language Model เหมือนกัน (และ Copilot ก็ใช้โมเดลของ OpenAI ร่วมกับ Anthropic) แต่ทั้งสองถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
- Microsoft Copilot: เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานผ่านแอปพลิเคชัน Microsoft 365 โดยเข้าใจบริบทข้อมูลงานขององค์กรผ่าน Work IQ ช่วยงานประจำวัน เช่น การเขียน การวิเคราะห์ข้อมูล การประชุม และมอบหมายงานหลายขั้นตอนให้เอเจนต์ ภายใต้ความปลอดภัยระดับองค์กร
- ChatGPT: เน้นความเป็นผู้ช่วยอเนกประสงค์ ใช้สนทนา ค้นคว้า สร้างเนื้อหาและรูปภาพ เขียนโค้ด และทำงานบนเว็บแทนผ่าน Agent Mode โดยได้ใช้โมเดลล่าสุดของ OpenAI อย่างตระกูล GPT-6
สำหรับองค์กรที่ใช้ Microsoft 365 อยู่แล้ว Microsoft Copilot คือทางเลือกที่ต่อยอดได้ทันทีและควบคุมข้อมูลได้ดีกว่า ส่วน ChatGPT เหมาะเป็นเครื่องมือเสริมด้านความคิดสร้างสรรค์และงานทั่วไป การเลือกใช้ให้ถูกงาน หรือใช้ร่วมกันอย่างเหมาะสม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการสื่อสารได้สูงสุด
หมายเหตุ: ข้อมูลฟีเจอร์ โมเดล และราคาในบทความนี้อัปเดต ณ วันที่ 28 กันยายน 2026 ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของ Microsoft และ OpenAI
ให้ทีม Askme ช่วยคุณนำ Microsoft Copilot ไปใช้ในองค์กรให้ราบรื่น เห็นผลมากที่สุด ด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ เชี่ยวชาญ เราเข้าไปดูกระบวนการของคุณ ช่วยดูว่าจะเพิ่ม Copilot ไปเสริมได้ตรงไหน และมีทีมที่ไปช่วยเทรนพนักงานของคุณให้ใช้ได้คล่องแคล่ว
หากลูกค้าท่านใดสนใจ หรือสอบถามข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ตามด้านล่างนี้👇🏻
- กรุงเทพฯ โทร 02-245-1335-7
- เชียงใหม่ โทร 053-858-186
- ขอนแก่น โทร 096-415-4445
- ชลบุรี/ระยอง โทร 099-614-4995
- หาดใหญ่ โทร 094-236-9994
- Email: sales@askme.co.th
- Line: @askme
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Microsoft Copilot 365 อ่านได้ที่นี่
- Microsoft Copilot คืออะไร
- ความแตกต่างระหว่าง Copilot และ ChatGPT
- Microsoft Copilot ราคาเท่าไหร่? คิด License อย่างไร?
- คู่มือการใช้งาน Microsoft Copilot: การตั้งค่า ฟีเจอร์ และเคล็ดลับที่ควรรู้
- การใช้งาน Copilot ใน Microsoft 365
- โปรโมชั่น: Microsoft Copilot 365 Promotion – ราคาที่พิเศษที่สุด พร้อมทั้งดูแลตลอดการใช้งาน
