User manual Microsoft Copilot with Microsoft 365

Microsoft Copilot ในปี 2026 ได้พัฒนาจาก “ผู้ช่วย AI แบบถาม–ตอบ” ไปสู่ “เพื่อนร่วมงาน AI แบบเอเจนต์ (Agentic AI)” ที่ไม่เพียงช่วยเขียน สรุป และวิเคราะห์ข้อมูล แต่ยังสามารถ วางแผนและลงมือทำงานหลายขั้นตอนแทนคุณ ได้ภายใน Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Teams และ Windows ฟีเจอร์ใหม่อย่าง Agent Mode, เอเจนต์ Researcher และ Analyst, Copilot Memory, Copilot Vision, Copilot Pages, Copilot Notebooks และ Copilot Search ทำให้การทำงานรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมรองรับโมเดล AI รุ่นล่าสุด เช่น GPT-5 ของ OpenAI และ Claude ของ Anthropic

ในบทความนี้ เราได้ปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันสำหรับปี 2026 โดยอ้างอิงจากเอกสารทางการของ Microsoft ครอบคลุมตั้งแต่การเลือกแผน License การตั้งค่าสำหรับผู้ดูแลระบบและผู้ใช้ทั่วไป วิธีใช้งาน Copilot ในแต่ละแอปพลิเคชัน การแก้ไขปัญหาที่พบบ่อย ไปจนถึงเคล็ดลับการเขียน Prompt ให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มต้นหรือใช้งาน Copilot มาก่อนแล้ว คู่มือนี้จะช่วยให้คุณใช้ Copilot ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

1.ฟีเจอร์ Copilot: Update ล่าสุด ปี 2026

ฟีเจอร์ใหม่ของ Copilot ปี 2026

Microsoft 365 Copilot Chat และแอป Microsoft 365 Copilot

  • Copilot Chat ใช้งานได้ ฟรี สำหรับผู้ใช้บัญชีองค์กร (Microsoft Entra ID) พร้อมการปกป้องข้อมูลระดับองค์กร (Enterprise Data Protection) ผ่านแอป Microsoft 365 Copilot (เดิมชื่อแอป Microsoft 365/Office), Teams, Outlook และ Microsoft Edge
  • Copilot Chat ปรากฏเป็นแผงด้านข้างใน Word, Excel, PowerPoint และ Outlook ให้ถามคำถามเกี่ยวกับไฟล์หรืออีเมลที่เปิดอยู่ได้ทันที
  • ผู้ใช้ที่มี License Microsoft 365 Copilot จะได้ความสามารถเต็มรูปแบบ เช่น การค้นหาและอ้างอิงข้อมูลงานของคุณ (อีเมล ไฟล์ การประชุม แชท) ผ่าน Microsoft Graph และการใช้เอเจนต์ขั้นสูง

Agent Mode ใน Word, Excel และ PowerPoint

  • สั่งงานด้วยภาษาธรรมชาติ แล้ว Copilot จะ วางแผนและลงมือทำทีละขั้นตอน เช่น สร้างโมเดลการเงินพร้อมสูตรและกราฟใน Excel หรือร่างรายงานทั้งฉบับใน Word
  • ผู้ใช้สามารถตรวจสอบ ปรับแก้ หรือสั่งเพิ่มเติมได้ทุกขั้นตอน (แนวคิด “Vibe Working” ของ Microsoft)

เอเจนต์ Researcher และ Analyst

  • Researcher: ค้นคว้าข้อมูลเชิงลึกจากทั้งเว็บและข้อมูลงานของคุณ แล้วสรุปเป็นรายงานพร้อมแหล่งอ้างอิง
  • Analyst: วิเคราะห์ข้อมูลดิบเหมือนนักวิเคราะห์ข้อมูล โดยเขียนและรันโค้ด Python เพื่อหา Insight ทำพยากรณ์ และสร้างกราฟ
  • Agent Store และ Copilot Studio: เลือกใช้เอเจนต์สำเร็จรูป หรือสร้างเอเจนต์เฉพาะงานขององค์กรเองได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด

Copilot Vision

  • Copilot สามารถ “มองเห็น” หน้าจอหรือหน้าต่างแอปที่คุณเลือกแชร์ (บน Windows, Microsoft Edge และมือถือ) เพื่อช่วยอธิบาย วิเคราะห์ และแนะนำขั้นตอนการใช้งานได้ทันที
  • ทำงานเฉพาะเมื่อผู้ใช้กดเปิดเท่านั้น และสามารถหยุดแชร์ได้ตลอดเวลา

Copilot Memory และ Personalization

  • Copilot จดจำข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น สไตล์การเขียน ภาษาที่ชอบ โปรเจกต์ที่ทำอยู่ เพื่อให้คำตอบตรงกับคุณมากขึ้น
  • ตั้ง Custom Instructions และดู แก้ไข หรือลบ Memory ได้เองจากเมนู Settings > Personalization ส่วนผู้ดูแลระบบสามารถควบคุมฟีเจอร์นี้ในระดับองค์กรได้

Copilot Actions

  • Copilot สามารถ “ลงมือทำ” บนเว็บให้คุณ เช่น จองร้านอาหาร ค้นหาและเปรียบเทียบสินค้า หรือกรอกแบบฟอร์ม (ผ่าน Copilot และ Copilot Mode ใน Microsoft Edge) โดยต้องได้รับการยืนยันจากผู้ใช้ก่อน
  • บน Windows 11 มีการทดสอบ Copilot Actions ที่ทำงานกับไฟล์และแอปในเครื่องภายในพื้นที่ทำงานแยก (Agent Workspace) เพื่อความปลอดภัย

Copilot Pages

  • พื้นที่ทำงาน (Canvas) ที่ต่อยอดจากคำตอบของ Copilot ให้แก้ไขและทำงานร่วมกับทีมแบบเรียลไทม์ได้ เช่น สรุปรายงาน แผนงาน หรือเอกสารโครงการ
  • แชร์ต่อได้ง่ายผ่าน Teams, Outlook และ Loop

Copilot Notebooks

  • รวบรวมไฟล์ Microsoft 365, Copilot Pages, บันทึกการประชุม และลิงก์ต่าง ๆ ไว้เป็นบริบทของงานเฉพาะเรื่อง เพื่อถาม–ตอบ วิเคราะห์ และสร้างเนื้อหาใหม่
  • สร้าง Audio Overview สรุปเนื้อหาเป็นเสียงบรรยายคล้ายพอดแคสต์ได้

Copilot Search

  • ค้นหาด้วยภาษาธรรมชาติข้ามแอป Microsoft 365 และแอปภายนอกที่เชื่อมต่อผ่าน Connectors ได้จากที่เดียว

Recall และ Click to Do (เฉพาะ Copilot+ PC)

  • Recall ช่วยย้อนหาสิ่งที่เคยเห็นบนหน้าจอ เช่น ไฟล์ เอกสาร หรือเว็บไซต์ เป็นฟีเจอร์แบบ Opt-in (ผู้ใช้ต้องเลือกเปิดเอง) ข้อมูลถูกเข้ารหัสและเก็บไว้ในเครื่อง ต้องยืนยันตัวตนด้วย Windows Hello
  • Click to Do ช่วยสั่งงานกับข้อความหรือรูปภาพบนหน้าจอได้ทันที เช่น สรุปข้อความ หรือลบพื้นหลังรูปภาพ
  • ในเครื่องขององค์กร Recall จะปิดเป็นค่าเริ่มต้น และผู้ดูแลระบบควบคุมผ่านนโยบาย (Policy) ได้

สั่งงานด้วยเสียง และเลือกโมเดล AI

  • พูด “Hey Copilot” เพื่อเรียกใช้ Copilot บน Windows 11 ได้ทันที (ต้องเปิดใช้ในการตั้งค่าแอป Copilot)
  • Copilot ใช้โมเดล GPT-5 และรองรับโมเดล Claude ของ Anthropic ในบางฟีเจอร์ เช่น Researcher และ Copilot Studio

ฟีเจอร์เด่นในแต่ละแอปพลิเคชัน

การเขียนและการแก้ไขเนื้อหาใน Word

  • ร่างเอกสารอัตโนมัติ (Draft with Copilot): สร้างเนื้อหาจากคำอธิบาย หรืออ้างอิงไฟล์อื่นในองค์กรได้ด้วยการพิมพ์ “/”
  • เขียนใหม่และปรับโทน: ปรับข้อความให้เป็นทางการ กระชับ หรือเปลี่ยนโทนตามต้องการ และแปลงข้อความเป็นตารางได้
  • สรุปและถาม–ตอบเอกสาร: สรุปประเด็นสำคัญของเอกสารยาว ๆ พร้อมอ้างอิงตำแหน่งในเอกสาร
  • Agent Mode: สั่งให้ Copilot เขียนและจัดรูปแบบเอกสารแบบหลายขั้นตอนโดยอัตโนมัติ

การวิเคราะห์และการจัดการข้อมูลใน Excel

  • สร้างสูตรและคอลัมน์คำนวณ: Copilot แนะนำสูตรพร้อมคำอธิบาย และแทรกคอลัมน์ให้ทันที
  • ฟังก์ชัน =COPILOT(): ใช้ AI ภายในเซลล์ เช่น จัดหมวดหมู่ความคิดเห็นลูกค้า หรือสรุปข้อความ
  • วิเคราะห์ข้อมูลและสร้าง Insight: สร้างกราฟ PivotTable และวิเคราะห์ขั้นสูงด้วย Python in Excel
  • Agent Mode: สร้างรายงานหรือโมเดลข้อมูลหลายชีตได้จากคำสั่งเดียว

การออกแบบและการนำเสนอใน PowerPoint

  • สร้างงานนำเสนออัตโนมัติ: สร้างสไลด์จากหัวข้อ หรือจากไฟล์ Word/PDF พร้อมโครงร่างที่แก้ไขได้ก่อนสร้างจริง
  • ใช้เทมเพลตองค์กร: สร้างสไลด์ตาม Template และแบรนด์ขององค์กร
  • เพิ่มสไลด์ รูปภาพ และ Speaker Notes: สั่งเพิ่มสไลด์ สร้างรูปภาพ หรือเขียนบทพูดประกอบได้
  • สรุปงานนำเสนอ: สรุปประเด็นสำคัญของงานนำเสนอที่ได้รับมาได้ในไม่กี่วินาที

การเขียนและการจัดการอีเมลใน Outlook

  • ร่างอีเมล (Draft with Copilot): เขียนอีเมลใหม่จากคำสั่งสั้น ๆ และปรับความยาวหรือโทนได้
  • Coaching by Copilot: ตรวจโทน ความชัดเจน และความเหมาะสมของอีเมลก่อนส่ง
  • สรุปเธรดอีเมล: สรุปการสนทนาที่ยาวให้เหลือประเด็นสำคัญ
  • จัดลำดับความสำคัญและนัดประชุม: ช่วยจัดลำดับอีเมลสำคัญ และสร้างนัดประชุมจากเธรดอีเมลได้ทันที

การจัดการการประชุมและการสื่อสารใน Teams

  • สรุปการประชุมแบบเรียลไทม์: ถาม Copilot ระหว่างประชุม เช่น “สรุปสิ่งที่คุยไปแล้ว” หรือ “ใครรับผิดชอบงานอะไร”
  • Intelligent Recap: สรุปการประชุม รายการงาน (Action Items) และไฮไลต์หลังจบการประชุม
  • Facilitator Agent: เอเจนต์ช่วยจดบันทึก ติดตามวาระ และสรุปการประชุมที่ทุกคนแก้ไขร่วมกันได้
  • สรุปแชทและช่องทาง (Channel): สรุปการสนทนาที่พลาดไป และช่วยเรียบเรียงข้อความก่อนส่ง

การใช้งานฟีเจอร์ AI อื่นๆ

  • การแปลภาษา: แปลเอกสาร ข้อความ และมี Interpreter Agent ช่วยแปลเสียงพูดในการประชุม Teams แบบเรียลไทม์
  • Audio Overview: แปลงเอกสารใน Word/OneDrive ให้เป็นเสียงสรุปเพื่อฟังระหว่างเดินทาง
  • Create: สร้างรูปภาพ โปสเตอร์ และสื่อการตลาดได้ในแอป Microsoft 365 Copilot

2.การตั้งค่า Copilot

ขั้นตอนการติดตั้งและเลือกแผนการใช้งาน

ตรวจสอบสิทธิ์การใช้งาน (แผนที่รองรับในปี 2026)

  • Microsoft 365 Copilot Chat (ฟรี): สำหรับผู้ใช้บัญชีองค์กรทุกคน ใช้แชทบนเว็บพร้อมการปกป้องข้อมูล และเรียกใช้เอเจนต์แบบจ่ายตามการใช้งาน (Pay-as-you-go) ได้
  • Microsoft 365 Copilot (องค์กร): License เสริม (Add-on) ราคามาตรฐาน 30 ดอลลาร์สหรัฐ/ผู้ใช้/เดือน (สัญญารายปี) ใช้คู่กับ Microsoft 365 Business Basic/Standard/Premium, E3/E5 หรือ Office 365 E1/E3/E5
  • Microsoft 365 Copilot Business: แผนใหม่สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและกลาง (ไม่เกิน 300 ผู้ใช้) ราคาประหยัดกว่าแผนองค์กร
  • ผู้ใช้ทั่วไป: Microsoft 365 Personal/Family มี Copilot ในแอป Office (มีโควตาการใช้งาน AI รายเดือน) และ Microsoft 365 Premium สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งาน AI มากขึ้น
  • ตรวจสอบราคาล่าสุด: ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Microsoft Copilot ราคาเท่าไหร่? คิด License อย่างไร?

การตั้งค่าจากผู้ดูแลระบบ (สำหรับองค์กร)

  • เข้าไปที่ศูนย์การดูแล Microsoft 365: เข้าสู่ระบบที่ Microsoft 365 Admin Center
  • กำหนด License: ไปที่ “Billing” > “Licenses” (หรือ “Users” > “Active users”) แล้วกำหนด License Microsoft 365 Copilot ให้ผู้ใช้
  • ตั้งค่า Copilot: ไปที่เมนู “Copilot” > “Settings” เพื่อปักหมุด Copilot Chat, ควบคุมการค้นหาเว็บ, จัดการเอเจนต์ และตั้งค่าการเรียกเก็บเงินแบบ Pay-as-you-go
  • ช่องทางอัปเดต (Update Channel): แนะนำให้ใช้ Microsoft 365 Apps ใน Current Channel หรือ Monthly Enterprise Channel เพื่อรับฟีเจอร์ใหม่เร็วที่สุด
  • เตรียมข้อมูลให้ปลอดภัย: ตรวจสอบสิทธิ์การแชร์ใน SharePoint/OneDrive และใช้ Microsoft Purview (Sensitivity Labels) ป้องกันการแชร์ข้อมูลเกินสิทธิ์ เพราะ Copilot เข้าถึงได้ทุกข้อมูลที่ผู้ใช้มีสิทธิ์

การติดตั้งและการเปิดใช้งาน (สำหรับผู้ใช้ทั่วไป)

  • อัปเดตแอปพลิเคชัน: ไปที่ “File” > “Account” > “Update Options” > “Update Now” เพื่ออัปเดต Word, Excel, PowerPoint และ Outlook เป็นเวอร์ชันล่าสุด
  • เข้าสู่ระบบ: เข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Microsoft 365 ที่ได้รับ License หากเพิ่งได้รับ License ให้ไปที่ “File” > “Account” > “Update License” หรือออกจากระบบแล้วเข้าใหม่
  • เปิดแอปพลิเคชัน: เปิดแอปพลิเคชัน Microsoft 365 ที่คุณต้องการใช้งาน เช่น Word, Excel หรือ PowerPoint
  • ใช้งานผ่านเว็บและมือถือ: เข้าใช้งานได้ที่ m365.cloud.microsoft หรือแอป Microsoft 365 Copilot บน Windows, iOS และ Android

การใช้งาน Copilot

  • เปิดแอปพลิเคชัน: เปิดแอปพลิเคชันที่ต้องการใช้ เช่น Word, Excel, PowerPoint, Outlook หรือ Teams
  • ใช้ฟีเจอร์ Copilot: คลิกปุ่ม “Copilot” บนแท็บ Home หรือไอคอน Copilot ข้างเนื้อหา เพื่อเปิดแผง Copilot Chat แล้วพิมพ์คำสั่งเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษได้ทันที

การปรับแต่งเพิ่มเติม

การตั้งค่าภาษาและภูมิภาคเพื่อให้ Copilot ใช้ในการทำงาน

  • Copilot รองรับภาษาไทย: Microsoft 365 Copilot รองรับภาษาไทยอย่างเป็นทางการ สามารถพิมพ์คำสั่งเป็นภาษาไทยและรับคำตอบเป็นภาษาไทยได้
  • ไปที่การตั้งค่า: ในแอป Word, Excel หรือ PowerPoint เลือก “File” > “Options” > “Language”
  • ตั้งค่าภาษา: กำหนดภาษาที่ใช้แสดงผล (Display Language) และภาษาที่ใช้เขียน (Authoring Language) ให้ตรงกับการใช้งาน เนื่องจากบางฟีเจอร์อาจเปิดให้ใช้ในภาษาอังกฤษก่อน
  • ระบุภาษาในคำสั่ง: หากต้องการผลลัพธ์เป็นภาษาใดโดยเฉพาะ ให้ระบุในคำสั่ง เช่น “สรุปเอกสารนี้เป็นภาษาไทย”
  • Custom Instructions: ในแอป Microsoft 365 Copilot ไปที่ “Settings” > “Personalization” เพื่อกำหนดภาษาและสไตล์คำตอบที่ต้องการเป็นค่าเริ่มต้น

การปรับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และการปกป้องข้อมูลขณะใช้ Copilot

  • ไปที่การตั้งค่า: ในแอปพลิเคชัน Microsoft 365 เลือก “File” > “Options” > “Trust Center” > “Trust Center Settings” > “Privacy Options” > “Privacy Settings”
  • Connected Experiences: ต้องเปิด “Turn on experiences that analyze your content” ไว้ หากปิด Copilot จะไม่สามารถทำงานได้ (ในองค์กร ผู้ดูแลระบบอาจกำหนดค่านี้ผ่าน Policy)
  • Enterprise Data Protection: สำหรับบัญชีองค์กร คำสั่งและคำตอบของ Copilot จะไม่ถูกนำไปใช้ฝึกโมเดล AI และ Copilot จะเคารพสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์และ Sensitivity Labels ที่องค์กรกำหนด
  • จัดการ Memory และประวัติ: ดู แก้ไข หรือลบ Memory ได้ใน “Settings” > “Personalization” และลบประวัติการใช้งาน Copilot ได้จากหน้า My Account (Settings & Privacy)
  • ผู้ใช้ทั่วไป (Personal/Family): หากไม่ต้องการใช้ Copilot ในแอป Office ให้ไปที่ “File” > “Options” > “Copilot” แล้วยกเลิกการเลือก “Enable Copilot”

3. การใช้งาน Copilot

การใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ

การใช้งานโดยทั่วไป

การใช้งานแอป Copilot บน Windows 11

Windows 11 มีแอป Copilot ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน (หรือดาวน์โหลดได้จาก Microsoft Store) สามารถเปิดใช้งานได้หลายวิธี และหากเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีองค์กร จะใช้งาน Microsoft 365 Copilot พร้อมการปกป้องข้อมูลระดับองค์กร

  • กดปุ่ม Copilot บนคีย์บอร์ด (ในโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่และ Copilot+ PC) หรือคลิกไอคอน Copilot บน Taskbar
  • กด Alt + Space เพื่อเปิด Copilot แบบหน้าต่างด่วน (Quick View) หรือพูด “Hey Copilot” เพื่อสั่งงานด้วยเสียง
  • พิมพ์คำสั่ง เช่น “สรุปการประชุมล่าสุดใน Teams” หรือ “ช่วยวางแผนทริปไปเชียงใหม่สัปดาห์หน้า”
  • อัปโหลดไฟล์ รูปภาพ หรือกดไอคอน Copilot Vision เพื่อแชร์หน้าต่างแอปให้ Copilot ช่วยอธิบายและแนะนำขั้นตอนการใช้งาน

การใช้คีย์ลัด: กด Alt + Space หรือปุ่ม Copilot บนคีย์บอร์ด เพื่อเปิด Copilot อย่างรวดเร็ว

การใช้งานฟีเจอร์ Copilot ใน Word

  • การสร้างเนื้อหาอัตโนมัติ (Draft with Copilot):
    1. สร้างเอกสารใหม่ใน Word กล่อง “Draft with Copilot” จะปรากฏขึ้น (หรือกด Alt + I / คลิกไอคอน Copilot ที่ขอบซ้ายของบรรทัด)
    2. พิมพ์หัวข้อหรือคำอธิบายสิ่งที่ต้องการ เช่น “ร่างข้อเสนอโครงการอบรม AI ให้พนักงาน 50 คน”
    3. พิมพ์ “/” เพื่ออ้างอิงไฟล์ที่เกี่ยวข้องจาก OneDrive หรือ SharePoint ให้ Copilot ใช้เป็นข้อมูลประกอบ
    4. คลิก “Generate” แล้วเลือก “Keep it” เพื่อใช้เนื้อหา หรือพิมพ์คำสั่งเพิ่มเพื่อปรับแก้
  • การเขียนและการแก้ไขเนื้อหา:
    1. เปิดเอกสารใน Word แล้วเลือกข้อความที่ต้องการแก้ไข
    2. คลิกไอคอน Copilot ที่ปรากฏข้างข้อความ แล้วเลือก “Rewrite” หรือ “Visualize as a table”
    3. หรือคลิกปุ่ม “Copilot” บนแท็บ “Home” เพื่อเปิดแผงแชท แล้วสั่ง เช่น “สรุปเอกสารนี้ 5 ข้อ” หรือ “ปรับย่อหน้านี้ให้เป็นทางการ”
    4. สำหรับงานหลายขั้นตอน ให้เลือก Agent Mode ในแผง Copilot แล้วตรวจสอบผลลัพธ์ทุกขั้นก่อนยืนยัน

การใช้งานฟีเจอร์ Copilot ใน Excel

  • การใช้สูตร:
    1. จัดข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบตาราง (กด Ctrl + T) และแนะนำให้บันทึกไฟล์ไว้บน OneDrive หรือ SharePoint
    2. คลิกปุ่ม “Copilot” บนแท็บ “Home”
    3. พิมพ์คำสั่ง เช่น “เพิ่มคอลัมน์คำนวณกำไร = ยอดขาย − ต้นทุน”
    4. Copilot จะแสดงสูตรพร้อมคำอธิบาย คลิก “Insert column” เพื่อแทรกลงตาราง
    5. หรือใช้ฟังก์ชัน AI ในเซลล์ เช่น =COPILOT("จัดหมวดหมู่ความคิดเห็นนี้", A2)
  • การวิเคราะห์ข้อมูล:
    1. เปิดตารางข้อมูลใน Excel
    2. คลิกปุ่ม “Copilot” บนแท็บ “Home”
    3. พิมพ์คำสั่ง เช่น “วิเคราะห์ข้อมูลนี้และแสดง Insight” หรือ “สร้าง PivotTable ยอดขายแยกตามภูมิภาค”
    4. Copilot จะสร้างกราฟ PivotTable หรือสรุปข้อมูล คลิก “Add to a new sheet” เพื่อบันทึกผลลัพธ์
    5. สำหรับการวิเคราะห์เชิงลึก ใช้ Agent Mode, Python in Excel หรือเอเจนต์ Analyst

การใช้งานฟีเจอร์ Copilot ใน PowerPoint

  • การสร้างสไลด์อัตโนมัติ:
    1. เปิด PowerPoint และสร้างงานนำเสนอใหม่ (แนะนำให้เลือก Template ขององค์กรก่อน)
    2. คลิกปุ่ม “Copilot” บนแท็บ “Home”
    3. พิมพ์ “Create a presentation about…” หรือ “สร้างงานนำเสนอเกี่ยวกับ…”
    4. พิมพ์ “/” เพื่ออ้างอิงไฟล์ Word หรือ PDF ที่ต้องการใช้เป็นเนื้อหา
    5. ตรวจสอบและแก้ไขโครงร่าง (Outline) แล้วคลิก “Generate slides” Copilot จะสร้างสไลด์พร้อมรูปภาพและ Speaker Notes
  • การแนะนำการออกแบบสไลด์:
    1. เลือกสไลด์ที่ต้องการปรับปรุงการออกแบบ
    2. คลิกแท็บ “Design” > “Designer” เพื่อดูเลย์เอาต์ที่แนะนำ
    3. หรือสั่งในแผง Copilot เช่น “เพิ่มสไลด์เกี่ยวกับ…”, “สร้างรูปภาพประกอบ”, “จัดระเบียบงานนำเสนอนี้” หรือ “สรุปงานนำเสนอนี้”

การใช้งานฟีเจอร์ Copilot ใน Outlook

  • การเขียนอีเมล:
    1. เปิด Outlook และคลิก “New mail”
    2. คลิกไอคอน Copilot บนแถบเครื่องมือ แล้วเลือก “Draft with Copilot”
    3. พิมพ์สิ่งที่ต้องการสื่อสาร และเลือกโทน/ความยาวของอีเมล
    4. คลิก “Generate” แล้วใช้ “Coaching by Copilot” ตรวจโทนและความชัดเจนก่อนส่ง
  • การตอบกลับและสรุปอีเมล:
    1. เปิดอีเมลที่ต้องการตอบกลับ
    2. คลิก “Summarize” ที่ด้านบนของอีเมลเพื่อสรุปเธรดการสนทนา
    3. คลิก “Reply” แล้วเลือกคำตอบที่ Copilot แนะนำ หรือใช้ “Draft with Copilot” เพื่อระบุคำตอบเอง
    4. หากต้องนัดหมาย ใช้คำสั่ง “Schedule with Copilot” เพื่อสร้างนัดประชุมจากเธรดอีเมลได้ทันที

การใช้งานฟีเจอร์ Copilot ใน Teams

  • การสรุปแชทและการสื่อสาร:
    1. เปิดแชทหรือช่องทาง (Channel) ใน Teams
    2. คลิกปุ่ม “Copilot” มุมขวาบนของแชท
    3. พิมพ์คำสั่ง เช่น “สรุปประเด็นสำคัญ 7 วันที่ผ่านมา” หรือ “มีคำถามอะไรที่ยังไม่ได้ตอบ”
    4. ในช่องพิมพ์ข้อความ คลิกไอคอน Copilot เพื่อปรับข้อความให้กระชับหรือเป็นทางการก่อนส่ง
  • การจดบันทึกการประชุม:
    1. เริ่มการประชุมใน Teams และเปิด Transcription (หรือให้ผู้จัดตั้งค่า Copilot เป็น “Only during the meeting”)
    2. คลิกปุ่ม “Copilot” บนแถบควบคุมการประชุม
    3. ถาม เช่น “สรุปสิ่งที่คุยไปแล้ว”, “Action Items มีอะไรบ้าง” หรือ “ประเด็นไหนที่ยังไม่ได้ข้อสรุป”
    4. หลังการประชุม เปิดแท็บ “Recap” เพื่อดูสรุป รายการงาน และไฮไลต์ หรือเพิ่ม Facilitator Agent เพื่อจดบันทึกให้อัตโนมัติ

การใช้ Copilot ในการจัดการโปรเจคใน Microsoft Planner

  • การสร้างแผนงานและงานอัตโนมัติ:
    • ใช้ Copilot ใน Planner (หรือ Project Manager Agent) สร้างแผนงานจากเป้าหมายของโครงการ โดย Copilot จะแตกงานย่อย กำหนดรายละเอียด และเสนอผู้รับผิดชอบให้
    • ฟีเจอร์ขั้นสูงบางส่วนต้องใช้ Planner Premium ร่วมกับ License Microsoft 365 Copilot
  • การติดตามความคืบหน้า:
    • สั่ง Copilot สรุปสถานะโครงการ งานที่ล่าช้า และความเสี่ยง พร้อมสร้างรายงานสถานะเพื่อส่งให้ทีมหรือผู้บริหาร
  • การประชุมและการสื่อสาร:
    • เชื่อมแผนงานใน Planner กับช่องทาง Teams เพื่อให้ Copilot สรุปการประชุมและติดตามงานจากที่เดียว

การใช้งาน Copilot ใน OneNote สำหรับการจัดการโปรเจค

  • การจดบันทึกและการจัดระเบียบข้อมูล:
    • สั่ง Copilot สรุปบันทึก สร้างรายการสิ่งที่ต้องทำ (To-do list) หรือร่างแผนงานจากโน้ตที่มีอยู่
    • ใช้ร่วมกับ Copilot Notebooks เพื่อรวบรวมโน้ต ไฟล์ และบันทึกการประชุมของโครงการไว้ในที่เดียว

การจัดการไฟล์ด้วย Copilot

การจัดการไฟล์ใน OneDrive

  • การสรุปและเปรียบเทียบไฟล์:
    • เลือกไฟล์ใน OneDrive แล้วคลิก “Copilot” เพื่อสรุปเนื้อหา ถามคำถามเกี่ยวกับไฟล์ หรือเปรียบเทียบไฟล์ได้สูงสุด 5 ไฟล์พร้อมกัน
    • สร้าง Audio Overview เพื่อฟังสรุปเนื้อหาแทนการอ่าน
  • การค้นหาไฟล์:
    • ใช้ Copilot Search ค้นหาไฟล์ด้วยภาษาธรรมชาติ เช่น “ไฟล์ใบเสนอราคาที่คุณสมชายส่งมาเมื่อเดือนที่แล้ว”
  • สิทธิ์การเข้าถึงไฟล์:
    • Copilot แสดงเฉพาะข้อมูลที่ผู้ใช้มีสิทธิ์เข้าถึงเท่านั้น จึงควรตรวจสอบการแชร์ผ่าน “Manage access” อย่างสม่ำเสมอ

การจัดการไฟล์ใน SharePoint

  • สร้างเพจและไซต์ด้วย Copilot:
    • ใช้ Copilot ช่วยร่างหน้าเพจข่าวสาร หรือสร้างไซต์ใหม่จากคำอธิบายได้
  • SharePoint Agents:
    • สร้างเอเจนต์จากไลบรารีเอกสารหรือไซต์ เพื่อให้ทีมถาม–ตอบข้อมูลในเอกสารได้ทันที และแชร์เอเจนต์ไปยัง Teams ได้
  • ควบคุมการแชร์ข้อมูลเกินสิทธิ์:
    • ผู้ดูแลระบบใช้ SharePoint Advanced Management และ Microsoft Purview เพื่อตรวจหาไซต์ที่แชร์เกินความจำเป็นก่อนเปิดใช้ Copilot

การจัดการไฟล์ใน Microsoft Teams

  • การสรุปไฟล์ใน Channel:
    • เปิดไฟล์ในแท็บ Files ของ Channel แล้วใช้ Copilot สรุปหรือถามคำถามเกี่ยวกับเนื้อหาได้โดยไม่ต้องดาวน์โหลด
  • การค้นหาไฟล์ใน Teams:
    • ใน Copilot Chat พิมพ์ “/” เพื่ออ้างอิงไฟล์ บุคคล หรือการประชุม แล้วให้ Copilot ค้นหาหรือสรุปข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
  • การตั้งค่าการอนุญาต:
    • ไฟล์ใน Teams จัดเก็บบน SharePoint สิทธิ์การเข้าถึงจึงเป็นไปตามการตั้งค่าของทีมและ SharePoint ซึ่ง Copilot จะเคารพสิทธิ์เหล่านี้เสมอ

4.การแก้ไขปัญหา Copilot

ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข

ปัญหา: ไม่พบปุ่ม Copilot ในแอปพลิเคชัน

วิธีแก้ไข:

  • ตรวจสอบ License: ตรวจสอบว่าบัญชีได้รับ License Microsoft 365 Copilot แล้ว (ผู้ใช้ Copilot Chat ฟรีจะเห็นเฉพาะแผงแชท)
  • อัปเดต License และแอป: ไปที่ “File” > “Account” > “Update License” และอัปเดตแอปเป็นเวอร์ชันล่าสุด
  • ตรวจสอบบัญชีที่ลงชื่อเข้าใช้: หากมีหลายบัญชี ให้ตรวจสอบว่าใช้บัญชีที่ได้รับ License และลองออกจากระบบแล้วเข้าใหม่
  • เปิด Connected Experiences: ตรวจสอบว่าเปิดการตั้งค่า “Turn on experiences that analyze your content” แล้ว

ปัญหา: Copilot ไม่เข้าใจหรือให้คำตอบที่ไม่ถูกต้อง

วิธีแก้ไข:

  • เขียนคำสั่งให้ชัดเจน: ระบุเป้าหมาย บริบท แหล่งข้อมูล และรูปแบบผลลัพธ์ที่ต้องการ
  • อ้างอิงไฟล์โดยตรง: พิมพ์ “/” เพื่อเลือกไฟล์ที่ต้องการให้ Copilot ใช้เป็นข้อมูล
  • เลือกโหมด Work หรือ Web: เลือก “Work” เมื่อต้องการข้อมูลภายในองค์กร และ “Web” เมื่อต้องการข้อมูลทั่วไป
  • เริ่มแชทใหม่: เมื่อเปลี่ยนหัวข้อ ให้เริ่มแชทใหม่เพื่อไม่ให้บริบทเดิมรบกวน และตรวจสอบแหล่งอ้างอิงทุกครั้ง

ปัญหา: Copilot เข้าถึงหรือใช้งานไฟล์ไม่ได้

วิธีแก้ไข:

  • ตรวจสอบตำแหน่งไฟล์: บันทึกไฟล์ไว้บน OneDrive หรือ SharePoint แทนการเก็บในเครื่อง
  • ตรวจสอบสิทธิ์และ Sensitivity Label: ไฟล์ที่คุณไม่มีสิทธิ์ หรือถูกเข้ารหัสด้วย Label บางประเภท Copilot จะไม่สามารถอ่านได้
  • รอการทำดัชนี: ไฟล์ที่เพิ่งอัปโหลดอาจต้องใช้เวลาสักครู่ก่อน Copilot จะค้นหาเจอ

ปัญหา: การซิงค์ไฟล์ใน OneDrive หรือ SharePoint ล้มเหลว

วิธีแก้ไข:

  • ตรวจสอบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต: ตรวจสอบว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมีเสถียรภาพ
  • หยุดและเริ่มการซิงค์ใหม่: คลิกไอคอน OneDrive เลือก “Pause syncing” แล้ว “Resume syncing”
  • รีเซ็ต OneDrive: หากยังไม่หาย ให้รีเซ็ตแอป OneDrive และตรวจสอบพื้นที่จัดเก็บที่เหลืออยู่

ปัญหา: Copilot ใช้เวลานานในการประมวลผล

วิธีแก้ไข:

  • แบ่งงานให้เล็กลง: หากไฟล์หรือข้อมูลมีขนาดใหญ่ ลองแบ่งเป็นส่วนย่อย ๆ
  • ตรวจสอบสถานะบริการ: ผู้ดูแลระบบตรวจสอบ Service Health ใน Microsoft 365 Admin Center
  • เข้าใจข้อจำกัดการใช้งาน: เอเจนต์อย่าง Researcher และ Analyst ใช้เวลาประมวลผลนานกว่าปกติ และอาจมีโควตาการใช้งานต่อเดือน

ปัญหา: การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวไม่เหมาะสม

วิธีแก้ไข:

  • ปรับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว: ไปที่ “File” > “Options” > “Trust Center” > “Trust Center Settings” > “Privacy Options” และจัดการ Memory ใน “Settings” > “Personalization” ให้เหมาะสมกับการใช้งาน

ปัญหา: ไม่สามารถติดตั้งหรือใช้งานแอป Copilot / Recall ได้

วิธีแก้ไข:

  • ตรวจสอบความเข้ากันได้: Recall และ Click to Do ใช้ได้เฉพาะ Copilot+ PC ที่ใช้ Windows 11 ส่วนแอป Copilot ติดตั้งได้จาก Microsoft Store
  • ตรวจสอบนโยบายองค์กร: องค์กรอาจปิดบางฟีเจอร์ผ่าน Policy ให้สอบถามผู้ดูแลระบบ
  • ติดต่อฝ่ายสนับสนุน: หากยังแก้ไขไม่ได้ ให้ติดต่อฝ่ายสนับสนุนของ Microsoft ผู้ดูแลระบบขององค์กร หรือทีมผู้เชี่ยวชาญของ AskMe

5.เคล็ดลับและเทคนิคพิเศษ

เขียนคำสั่ง (Prompt) ให้ครบ 4 องค์ประกอบ

  • สูตรของ Microsoft: ระบุ เป้าหมาย (Goal) + บริบท (Context) + แหล่งข้อมูล (Source) + ความคาดหวัง (Expectations) เช่น “สรุปความคืบหน้าโครงการ ABC สำหรับผู้บริหาร โดยใช้ข้อมูลจาก /รายงานประจำเดือน เขียนเป็น 5 bullet สั้น ๆ ภาษาไทย”

การทำงานร่วมกับไฟล์หลายไฟล์

  • อ้างอิงหลายไฟล์พร้อมกัน: พิมพ์ “/” เพื่อเลือกไฟล์หลายไฟล์ แล้วสั่ง เช่น “Compare these proposals and list key differences” หรือใช้ Copilot Notebooks รวบรวมไฟล์ของโครงการไว้ในที่เดียว

การจัดการเวลาและการติดตามงาน

  • ติดตามงานอัตโนมัติ: ใน Copilot Chat ใช้คำสั่ง “What should I focus on today?” หรือ “Summarize my unread emails and meetings” และตั้ง Scheduled Prompts ให้ Copilot สรุปงานให้ทุกเช้า

การปรับแต่งการแนะนำของ Copilot

  • Memory และ Custom Instructions: บอก Copilot ให้จำสไตล์ที่ชอบ เช่น “จำไว้ว่าฉันชอบคำตอบสั้น กระชับ เป็นภาษาไทย” หรือกำหนดใน “Settings” > “Personalization”

การเพิ่มประสิทธิภาพการเขียนและการสร้างสรรค์

  • การสร้างเนื้อหาอัตโนมัติ: ใน Word ใช้คำสั่ง “Generate a summary of this document” หรือใน PowerPoint ใช้ “Create a presentation from /ไฟล์ Word” เพื่อสร้างสไลด์จากเอกสารที่มีอยู่

การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง

  • ใช้ Agent Mode และ Analyst: ใน Excel ใช้คำสั่ง “Create a PivotTable for this data” หรือเรียกเอเจนต์ Analyst ให้วิเคราะห์แนวโน้มและพยากรณ์ยอดขายด้วย Python

การจัดการอีเมลและการสื่อสาร

  • การตอบกลับอัตโนมัติ: ใน Outlook ใช้คำสั่ง “Draft a response to this email” แล้วใช้ Coaching by Copilot ตรวจโทนก่อนส่ง

การค้นคว้าเชิงลึกด้วยเอเจนต์

  • Researcher และ Agents: พิมพ์ “@” เพื่อเรียกใช้เอเจนต์ เช่น Researcher สำหรับจัดทำรายงานวิจัยตลาดพร้อมแหล่งอ้างอิง หรือเอเจนต์ที่องค์กรสร้างขึ้นเองด้วย Copilot Studio

การประยุกต์ใช้ในงานประจำวัน

  • บันทึก Prompt ที่ใช้บ่อย: บันทึกคำสั่งที่ใช้บ่อยไว้ใน Copilot Prompt Gallery และตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ทุกครั้ง เพราะ AI อาจให้ข้อมูลผิดพลาดได้

สรุป:

Copilot ปี 2026 ไม่ได้เป็นเพียงผู้ช่วยตอบคำถามอีกต่อไป แต่กลายเป็น “เพื่อนร่วมงาน AI” ที่ช่วยคิด วางแผน และลงมือทำงานแทนคุณได้จริง ตั้งแต่การเขียนเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล สร้างงานนำเสนอ จัดการอีเมล ไปจนถึงการสรุปการประชุม ด้วยฟีเจอร์ใหม่อย่าง Agent Mode, Researcher, Analyst, Memory และ Notebooks การใช้ Copilot อย่างเต็มประสิทธิภาพจึงไม่ใช่แค่การ “ถาม” แต่คือการ “มอบหมายงาน” และ “สร้าง” ผลงานที่ดีขึ้นอย่างชาญฉลาด ปลอดภัย และรวดเร็ว

หากลูกค้าท่านใดสนใจ หรือสอบถามข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ตามด้านล่างนี้เลยนะคะ👇🏻