วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ "Microsoft Copilot" กันหน่อยดีกว่า (อัปเดตล่าสุด 2026)
Microsoft Copilot ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) มาช่วยให้การทำงานในชีวิตประจำวันง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยถูกผสานเข้าไปในแอปยอดนิยมอย่าง Word, Excel, PowerPoint, Outlook และ Teams รวมถึงบริการอื่นๆ ในระบบนิเวศของ Microsoft 365, แอป Microsoft Copilot, Windows 11 และเว็บเบราว์เซอร์ Microsoft Edge
ในปี 2026 Microsoft Copilot ถูกออกแบบให้เป็นระบบ AI แบบ หลายโมเดล (Multi-model) โดยใช้ทั้ง โมเดล GPT-5.x รุ่นล่าสุดของ OpenAI, โมเดล Claude ของ Anthropic และโมเดล MAI ที่ Microsoft พัฒนาขึ้นเอง ผสานเข้ากับ Work IQ ชั้นข้อมูลอัจฉริยะที่เข้าใจบริบทการทำงานของคุณ (อีเมล ไฟล์ การประชุม แชต และข้อมูลจากระบบภายนอก) ทำให้สามารถเข้าใจคำสั่งภาษาธรรมชาติ (รวมถึงภาษาไทย) สร้างเนื้อหา สรุปข้อมูล วิเคราะห์ตัวเลข ไปจนถึงมอบหมายงานหลายขั้นตอนให้ AI Agent อย่าง Copilot Cowork ทำแทนได้
ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 Microsoft ได้เปิดตัว “Copilot โฉมใหม่” ที่รวม Home, Code และ Autopilot ไว้ในแอปเดียว ไม่ว่าคุณจะต้องการเขียนเอกสาร ร่างอีเมล เตรียมสไลด์ วิเคราะห์ข้อมูล สร้างแอปเล็กๆ ใช้งานเอง หรือให้ Agent ทำงานต่อเนื่องแม้คุณไม่ได้อยู่หน้าจอ Microsoft Copilot ก็พร้อมช่วยให้ทุกอย่างเสร็จเร็วขึ้น ง่ายขึ้น และมีคุณภาพสูงขึ้น
Microsoft Copilot คืออะไร??
Microsoft Copilot คือ ผู้ช่วยดิจิทัลอัจฉริยะ (AI Copilot) จาก Microsoft ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้การทำงานของคุณง่ายขึ้นและรวดเร็วขึ้นในทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร งานอีเมล การประชุม หรือการวิเคราะห์ข้อมูล โดยในปัจจุบัน Microsoft 365 Copilot ขับเคลื่อนด้วย ระบบหลายโมเดล ที่มีโหมด Auto คอยเลือกโมเดลที่เหมาะกับงานให้อัตโนมัติ คือตอบได้รวดเร็วสำหรับคำถามทั่วไป และ “คิดเชิงลึก” (Reasoning) เมื่อเจองานที่ซับซ้อน และผู้ใช้ยังเลือกโมเดลเองได้ระหว่าง GPT และ Claude (ขึ้นกับการตั้งค่าของผู้ดูแลระบบ) นอกจากนี้ Copilot ยังดึงข้อมูลบริบทที่เกี่ยวข้องกับงานของคุณผ่าน Work IQ (เช่น เอกสาร อีเมล แชต ปฏิทิน และความจำ Copilot Memory) มาช่วยตอบคำถามหรือสร้างผลงานได้อย่างตรงจุด ภายใต้สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้แต่ละคน
ปัจจุบัน “Copilot” แบ่งออกเป็นหลายรูปแบบตามกลุ่มผู้ใช้งาน ได้แก่
- Microsoft Copilot (แอป Copilot โฉมใหม่): ในปี 2026 Microsoft ได้รวมแอป Copilot สำหรับผู้ใช้ทั่วไปและแอปสำหรับการทำงานเข้าเป็นแอปเดียว สลับบัญชีส่วนตัวและบัญชีองค์กรได้ ใช้งานผ่านเว็บ, Windows, macOS, iOS และ Android
- Microsoft 365 Copilot Chat: แชต AI สำหรับองค์กรที่ใช้ Microsoft 365 ใช้งานได้โดยไม่มีค่าไลเซนส์เพิ่ม พร้อมการปกป้องข้อมูลระดับองค์กร (Enterprise Data Protection) ใช้ Copilot Notebooks และ Copilot ใน Outlook ได้ และใช้งาน Agent ขององค์กรแบบคิดตามการใช้งาน (Metered)
- Microsoft 365 Copilot (Business / Enterprise): ไลเซนส์เสริมที่ทำงานร่วมกับข้อมูลภายในองค์กรผ่าน Work IQ ฝังตัวอยู่ใน Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Teams พร้อม Agent สำเร็จรูปอย่าง Researcher, Analyst และ Facilitator รวมถึงการเลือกโมเดล AI
- Copilot Cowork: Agent สำหรับงานที่ใช้เวลานานและมีหลายขั้นตอน พัฒนาร่วมกับ Anthropic เปิดให้ใช้งานทั่วไป (GA) ตั้งแต่ 16 มิถุนายน 2026 คิดค่าบริการตามการใช้งาน
- Copilot Studio และ Agent 365: เครื่องมือแบบ Low-code สำหรับสร้าง AI Agent เฉพาะขององค์กร และศูนย์กลางควบคุม (Control Plane) สำหรับดูแล กำกับ และรักษาความปลอดภัยของ Agent ทั้งหมดในองค์กร
- Copilot เฉพาะทาง: เช่น GitHub Copilot สำหรับนักพัฒนา และ Microsoft Security Copilot สำหรับทีมความปลอดภัยไซเบอร์
ลองจินตนาการว่าคุณมีผู้ช่วยมือโปรคอยอยู่เคียงข้างทุกครั้งที่ทำงาน – นั่นคือบทบาทของ Microsoft Copilot ผู้ช่วย AI ที่พร้อมตอบสนองคำสั่งและคำถามของคุณแบบเรียลไทม์ เมื่อคุณพิมพ์หรือพูดสิ่งที่ต้องการให้ช่วย (Prompt) Copilot จะประมวลผลและสร้างคำตอบหรือผลลัพธ์ที่ต้องการขึ้นมาทันที ไม่ว่าจะเป็นการร่างเอกสารยาวๆ จากหัวข้อสั้นๆ การสรุปบทความหรืองานวิจัยให้เหลือใจความสำคัญ การวิเคราะห์ตัวเลขจำนวนมหาศาลให้กลายเป็นรายงานที่เข้าใจง่าย หรือแม้แต่มอบหมายให้ Copilot Cowork ไปค้นคว้าข้อมูลจากหลายแหล่ง จัดทำรายงาน สไลด์ และไฟล์ Excel ให้ครบชุด ช่วยให้คุณประหยัดเวลาและมีโอกาสโฟกัสกับงานที่สำคัญและต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น
การพัฒนา AI ใน Microsoft 365
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Microsoft ได้ทุ่มเทในการพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อนำมาปรับปรุงการทำงานใน Microsoft 365 อย่างต่อเนื่อง เริ่มจาก Cortana ที่เป็นผู้ช่วยเสียง จนมาถึง Copilot ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ช่วยตอบคำถาม แต่ได้ก้าวเข้าสู่ยุคของ “AI Agent” ที่ลงมือทำงานหลายขั้นตอนแทนผู้ใช้ได้จริง โดยมีไทม์ไลน์สำคัญดังนี้:
- ก.พ. 2023: เปิดตัว Bing Chat ที่ใช้ GPT-4 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ Copilot
- มี.ค. 2023: ประกาศเปิดตัว Microsoft 365 Copilot ครั้งแรก
- พ.ย. 2023: Microsoft 365 Copilot เปิดให้ลูกค้าองค์กรใช้งานจริง (GA) และรวมแบรนด์ Bing Chat เป็น “Microsoft Copilot”
- ม.ค. 2024: ยกเลิกเงื่อนไขซื้อขั้นต่ำ 300 ไลเซนส์ ธุรกิจทุกขนาดซื้อได้
- พ.ค.–ก.ย. 2024: เปิดตัวคอมพิวเตอร์กลุ่ม Copilot+ PC และ Copilot Wave 2 (Copilot Pages และ Agents)
- ม.ค.–เม.ย. 2025: เปิดตัว Microsoft 365 Copilot Chat สำหรับองค์กร, Agent Researcher และ Analyst, Copilot Notebooks และ Copilot Search
- ส.ค.–ต.ค. 2025: นำ GPT-5 มาใช้ใน Copilot, เพิ่มทางเลือกโมเดล Claude ของ Anthropic และเปิดตัว Microsoft 365 Premium แทน Copilot Pro
- พ.ย.–ธ.ค. 2025: งาน Ignite 2025 เปิดตัว Work IQ และ Agent 365 พร้อมเปิดตัว Microsoft 365 Copilot Business สำหรับธุรกิจไม่เกิน 300 ผู้ใช้
- มี.ค. 2026: Microsoft 365 Copilot Wave 3 เปิดตัว Copilot Cowork (พัฒนาร่วมกับ Anthropic), นำ Claude เข้าสู่ Copilot Chat ผ่าน Frontier Program และประกาศชุด Microsoft 365 E7 “The Frontier Suite”
- พ.ค. 2026: Microsoft 365 E7 และ Agent 365 เปิดให้ใช้งานทั่วไป (GA) ในวันที่ 1 พฤษภาคม
- มิ.ย. 2026: งาน Build 2026 เปิดตัวตระกูลโมเดล AI ที่ Microsoft พัฒนาเอง (MAI) และ Copilot Cowork เปิดให้ใช้งานทั่วไปเมื่อ 16 มิถุนายน
- ก.ค.–ส.ค. 2026: ปรับแพ็กเกจราคาใหม่ (Business Standard/Premium with Copilot), รวมแอป Copilot ส่วนบุคคลกับแอปสำหรับการทำงาน และเพิ่ม Skills ใน Excel/PowerPoint
- ก.ย. 2026: เปิดตัว “Copilot โฉมใหม่” ที่รวม Home, Code และ Autopilot ไว้ในแอปเดียว (ทยอยเปิดผ่าน Frontier Program)

Microsoft Copilot ทำงานอย่างไร
Microsoft Copilot ทำงานโดยใช้ AI ที่เรียนรู้จากข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อเข้าใจคำสั่ง (Prompt) ของผู้ใช้ จากนั้นจะผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Grounding คือการดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาประกอบการตอบ ซึ่งในปัจจุบัน Microsoft รวมแหล่งข้อมูลเหล่านี้ไว้ภายใต้ชั้นข้อมูลอัจฉริยะที่เรียกว่า Work IQ เช่น:
- ไฟล์งานของผู้ใช้ใน Microsoft 365 (OneDrive และ SharePoint) รวมถึง Semantic Index ที่ช่วยค้นหาตามความหมาย
- อีเมล การประชุม แชต Teams ปฏิทิน และงานใน Planner
- ข้อมูลออนไลน์ล่าสุดจากการค้นหาเว็บ (ผู้ดูแลระบบเปิด/ปิดได้)
- Copilot Memory ที่จดจำสไตล์ นิสัย และความชอบในการทำงานของผู้ใช้
- ข้อมูลจากระบบภายนอกผ่าน Copilot Connectors เช่น ระบบ CRM, ERP, Jira, Confluence หรือรายงาน Power BI
มาวิเคราะห์และสร้างคำตอบ หรือชิ้นงานที่เหมาะสมที่สุดให้โดยอัตโนมัติ โดย Copilot จะเข้าถึงได้เฉพาะข้อมูลที่ผู้ใช้คนนั้นมีสิทธิ์เปิดดูอยู่แล้วเท่านั้น
การประมวลผลของ Microsoft Copilot มีจุดเด่นที่ เข้าใจบริบทเฉพาะตัวของผู้ใช้ หมายความว่า Copilot จะไม่แค่สร้างข้อความตามโมเดลทั่วๆ ไป แต่จะคำนึงถึงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับงานของคุณ เช่น ถ้ามีเอกสารประชุมเมื่อวาน มันสามารถดึงข้อมูลสรุปมาใช้ในการตอบคำถามหรือสร้างเอกสารใหม่ได้ทันที
นอกจากนี้ Microsoft Copilot ยังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยในเวอร์ชันล่าสุด (2026) ได้ปรับปรุงให้:
- รองรับหลายภาษา รวมถึงภาษาไทยอย่างเป็นทางการ
- เป็นระบบหลายโมเดล (GPT-5.x, Claude และโมเดล MAI ของ Microsoft) พร้อมโหมด Auto ที่เลือกโมเดลให้อัตโนมัติ และให้ผู้ใช้กด “Switch model” เพื่อลองคำตอบจากโมเดลอื่นได้
- มี Copilot Cowork ที่รับงานยาวหลายขั้นตอน ทำงานเบื้องหลัง ตั้งเวลาหรือตั้งให้ทำงานเมื่อเกิดเหตุการณ์ (เช่น มีอีเมลเข้า) และแจ้งเตือนเมื่อต้องการการอนุมัติหรือเมื่องานเสร็จ
- มี Skills ที่บันทึกวิธีการทำงานซ้ำๆ ไว้เรียกใช้ใหม่ได้ใน Excel, PowerPoint และ Cowork
- สรุปการประชุมและสร้างรายงานอัตโนมัติแม่นยำขึ้น และผสานการทำงานระหว่างแอปต่างๆ ได้ลื่นไหลมากขึ้น
คุณสมบัติหลักของ Microsoft Copilot
หนึ่งในคุณสมบัติที่โดดเด่นของ Microsoft Copilot คือความสามารถในการให้คำแนะนำที่สัมพันธ์กับบริบทของงานที่กำลังทำอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเนื้อหาใน Word, การคำนวณและการสร้างสูตรใน Excel, หรือการจัดการประชุมและการตอบอีเมล Copilot สามารถช่วยให้การทำงานเหล่านี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น
และในปี 2026 Copilot ก้าวไปอีกขั้นด้วยความสามารถแบบ Agent ที่ฝังอยู่ในแอปโดยตรง เช่น การแก้ไขเอกสาร สเปรดชีต และสไลด์แบบหลายขั้นตอนจากคำสั่งเดียว, Agent Researcher ที่ค้นคว้าข้อมูลเชิงลึกจากทั้งเว็บและข้อมูลภายในองค์กร (พร้อมโหมด Critique และ Council ที่ใช้ GPT และ Claude ช่วยตรวจทานกัน) และ Copilot Cowork ที่รับงานยาวๆ ไปทำจนเสร็จ แล้วส่งมอบเป็นไฟล์ Word, Excel และ PowerPoint ให้พร้อมใช้งาน

Microsoft Copilot มีประโยชน์อย่างไร?
เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
- ลดเวลาในการทำงานซ้ำๆ: Copilot สามารถช่วยทำงานที่ต้องทำซ้ำๆ เช่น การจัดรูปแบบเอกสาร การสร้างสารบัญ หัวกระดาษและเชิงอรรถใน Word การสร้างสูตรใน Excel หรือการสรุปอีเมลใน Outlook ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ และยังบันทึกขั้นตอนที่ใช้บ่อยเป็น Skills เพื่อเรียกใช้ซ้ำได้ทันที
- การแนะนำและการช่วยเหลือแบบเรียลไทม์: Copilot สามารถให้คำแนะนำและช่วยเหลือผู้ใช้ในการทำงานแบบเรียลไทม์ เช่น การปรับสำนวนการเขียน การตรวจสอบไวยากรณ์ และการจัดรูปแบบเอกสารใน Word หรือการช่วยวิเคราะห์ข้อมูลใน Excel
- มอบหมายงานให้ AI Agent: งานที่ต้องใช้หลายขั้นตอน เช่น ค้นคว้าข้อมูลคู่แข่ง วิเคราะห์ยอดขาย หรือเตรียมเอกสารก่อนประชุม สามารถสั่งให้ Researcher, Analyst หรือ Copilot Cowork ทำแทนได้ โดยไม่ต้องนั่งเฝ้าหน้าจอ
การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
- การแก้ไขเอกสารร่วมกัน: Copilot ช่วยสรุปสิ่งที่เปลี่ยนแปลงในเอกสารตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่คุณเปิด (Copilot Catchup) อ่านความคิดเห็น (Comments) แล้วแก้ไขตามที่ทีมขอ รวมถึงตอบกลับหรือปิดความคิดเห็นที่แก้ไขเสร็จแล้วได้ ทั้งใน Word, PowerPoint และ Copilot Pages
- การจัดการการประชุมและปฏิทิน: Copilot สามารถช่วยจัดการการประชุม การนัดหมาย และการเตรียมตัวก่อนประชุมใน Outlook หรือ Teams ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งช่วยจดบันทึก สรุปประเด็น และติดตามงานหลังการประชุม โดยรวมสรุปการประชุมย้อนหลังไว้ในแอป Meeting Recaps
ความถูกต้องและความแม่นยำ
- การตรวจสอบไวยากรณ์และการสะกดคำ: Copilot มีความสามารถในการตรวจสอบและแก้ไขไวยากรณ์และการสะกดคำในเอกสารต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ ทำให้เอกสารมีความสมบูรณ์และเป็นมืออาชีพมากขึ้น
- การวิเคราะห์ข้อมูล: Copilot ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลและการสร้างรายงานใน Excel รวมถึงดึงข้อมูลจากรายงาน Power BI โดยยังคงเคารพสิทธิ์การเข้าถึงระดับแถว (Row-level Security) พร้อมแสดงแหล่งอ้างอิงของข้อมูลให้ตรวจสอบได้ (ทั้งนี้ควรตรวจทานผลลัพธ์จาก AI ทุกครั้งก่อนนำไปใช้งานจริง)
Microsoft Copilot พร้อมใช้งานในแอปพลิเคชันใดบ้าง
ปัจจุบัน Microsoft Copilot พร้อมใช้งานในหลากหลายแอปพลิเคชันของ Microsoft ทั้งในระดับบุคคลและองค์กร ได้แก่:
- Word, Excel, PowerPoint, Outlook และ OneNote (ใน Microsoft 365) ทั้งบนเดสก์ท็อป เว็บ และมือถือ (รวมถึง iPhone และ iPad)
- Microsoft Teams (ประชุม แชต แอป Meeting Recaps และทำงานร่วมกัน)
- แอป Microsoft Copilot โฉมใหม่ ศูนย์กลางที่รวม Home (Chat + Cowork), Code, Autopilot, การค้นหา, Notebooks และ Agents พร้อม “Office in Copilot” ที่เปิดแก้ไขไฟล์ Word, Excel และ PowerPoint ได้ภายในแอป
- Copilot Cowork สำหรับงานยาวหลายขั้นตอน พร้อม Plugins จากพาร์ทเนอร์และ Dynamics 365
- Copilot Pages และ Microsoft Loop (พื้นที่ทำงานร่วมกัน โดย Pages ใหม่จะจัดเก็บใน OneDrive for Business)
- SharePoint, OneDrive และ Planner (สรุปไฟล์ ฟังสรุปข่าวแบบเสียง และสร้าง/จัดการงานด้วยภาษาธรรมชาติ)
- Copilot Studio และ Power Platform (สร้าง Agent แอป หรือเวิร์กโฟลว์แบบไม่ต้องเขียนโค้ด)
- Windows 11 (ผ่านแอป Copilot, ปุ่ม Copilot Key และฟีเจอร์ AI บน Copilot+ PC)
- Microsoft Edge (Copilot Mode) และ Bing
- Dynamics 365, GitHub และ Microsoft Security (Copilot เฉพาะทาง)
Microsoft Copilot ในการทำงานจริง
Microsoft Copilot มาพร้อมกับความสามารถหลากหลายที่ครอบคลุมงานสารพัดรูปแบบ ต่อไปนี้คือ ฟีเจอร์เด่นและสิ่งที่ Copilot สามารถช่วยคุณได้ ในแอปพลิเคชันต่างๆ (อัปเดตปี 2026):
ช่วยเขียนและแก้ไขเอกสาร (Word): ใน Microsoft Word, Copilot สามารถร่างเนื้อหาเอกสารตั้งแต่ศูนย์ตามหัวข้อที่คุณกำหนด หรืออ้างอิงจากไฟล์ที่มีอยู่แล้ว ช่วยปรับสำนวนและโทนภาษา สรุปเอกสารยาวๆ ให้สั้นลง และแก้ไขเอกสารแบบหลายขั้นตอนได้ในคำสั่งเดียว นอกจากนี้ยังสร้างและอัปเดต สารบัญ หัวกระดาษ ท้ายกระดาษ และเชิงอรรถ ให้อัตโนมัติ แก้ไขตามความคิดเห็นของทีม สร้างภาพประกอบลงในเอกสาร และให้เลือกใช้ โมเดล Claude หรือ GPT ในการแก้ไขเอกสารได้
วิเคราะห์ข้อมูลและสร้างสูตร (Excel): ใน Excel, Copilot เปรียบเสมือนนักวิเคราะห์ข้อมูลส่วนตัวของคุณ เพียงบอกว่าต้องการรู้อะไร เช่น สรุปยอดขายรายไตรมาส หรือ หาเทรนด์จากชุดข้อมูล Copilot จะสรุป สร้าง PivotTable หรือกราฟให้ทันที ดึงข้อมูลจาก รายงาน Power BI มาวิเคราะห์ได้โดยตรง มี Skills สำเร็จรูปด้านการเงินและการจัดรูปแบบ จัดหน้าตาทั้งชีตตามธีมหรือ Brand Kit ขององค์กร และจดจำรูปแบบที่คุณชอบ (เช่น รูปแบบวันที่และสกุลเงิน) ไว้ใช้ครั้งต่อไป
สร้างงานนำเสนออย่างมืออาชีพ (PowerPoint): ใน PowerPoint, Copilot สามารถ สร้างสไลด์จากไฟล์ Word, PDF หรือทั้งโฟลเดอร์ใน SharePoint/OneDrive โดยร่างโครงเรื่อง ใส่หัวข้อย่อย สร้างภาพประกอบ และใช้เทมเพลตตามแบรนด์ขององค์กรผ่าน Brand Kit Picker รวมทั้งช่วยเขียน ตอบกลับ และปิดความคิดเห็นในไฟล์ และบันทึกขั้นตอนที่ทำบ่อยเป็น Skills ไว้ใช้ซ้ำ
จัดการอีเมลและตารางนัดหมาย (Outlook): Copilot เป็นผู้ช่วยส่วนตัวในกล่องจดหมายของคุณ สามารถ สรุปเธรดอีเมลยาวๆ จัดลำดับความสำคัญของอีเมลที่เข้ามาตามเกณฑ์ที่คุณกำหนด ร่างตอบกลับในโทนที่เหมาะสมตาม “Draft instructions” ที่ตั้งไว้ รวมถึงช่วยนัดหมายและเตรียมข้อมูลก่อนเข้าประชุม และยังเพิ่มอีเมลลงใน Copilot Notebook เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้
ผู้ช่วยการประชุมและงานทีม (Teams): ใน Microsoft Teams, Copilot สามารถ สรุปการประชุมแบบเรียลไทม์ ระบุประเด็นสำคัญ ข้อสรุป และรายการงานที่ต้องทำ (Action Items) ถ้าคุณเข้าร่วมประชุมสาย ก็ถามได้ทันทีว่าคุยอะไรกันไปแล้ว มี Agent Facilitator ช่วยจดโน้ตและติดตามวาระ และแอป Meeting Recaps ที่รวมสรุปการประชุมย้อนหลัง 30 วัน (ทั้งแบบข้อความและแบบเสียง) ไว้ในที่เดียว
ผู้ช่วยบน Windows และเว็บเบราว์เซอร์: บน Windows 11 มี แอป Copilot ที่เรียกใช้ได้ด้วยปุ่ม Copilot Key หรือพูดว่า “Hey Copilot” พร้อม Copilot Vision ที่มองเห็นหน้าจอหรือแอปที่คุณแชร์เพื่อช่วยแนะนำการใช้งาน (ผู้ดูแลระบบควบคุมการแชร์หน้าจอได้) ส่วนใน Microsoft Edge มี Copilot Mode ที่ช่วยสรุปเว็บเพจ เปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแท็บ และ Copilot Cowork ยังสามารถใช้เบราว์เซอร์ Edge ทำงานกับระบบบนเว็บแทนผู้ใช้ได้ (ผ่าน Frontier Program)
นอกเหนือจากที่กล่าวมา Microsoft Copilot ยังแทรกซึมอยู่ในบริการอื่นๆ ของ Microsoft อีกหลายด้าน เช่น
- GitHub Copilot ที่ช่วยแนะนำโค้ด และมี Coding Agent ที่ช่วยเขียนและแก้ไขโค้ดแทนนักพัฒนา (เทคโนโลยีเดียวกับแท็บ Code ในแอป Copilot โฉมใหม่)
- Microsoft Security Copilot ที่ช่วยวิเคราะห์ภัยคุกคามด้านความปลอดภัยไซเบอร์สำหรับทีมไอที
- Copilot Studio ที่ให้องค์กรสร้าง Agent เฉพาะทาง เช่น Agent ตอบคำถาม HR หรือ Agent ช่วยงานขาย
เรียกได้ว่าไม่ว่างานประเภทใด Microsoft ก็กำลังพยายามนำความสามารถของ AI Copilot เข้ามาช่วยเหลือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง
ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวใน Microsoft Copilot
Microsoft Copilot สำหรับองค์กร (Microsoft 365 Copilot, Copilot Chat และ Copilot Cowork) ได้รับการออกแบบด้วยมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด และได้รับการคุ้มครองด้วย Enterprise Data Protection (EDP) เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลของผู้ใช้จะได้รับการปกป้องในระดับสูง ความปลอดภัยของ Microsoft Copilot สามารถอธิบายได้จากหลายด้านดังนี้:
- ไม่นำข้อมูลองค์กรไปฝึกโมเดล: Prompt, คำตอบ และข้อมูลที่เข้าถึงผ่าน Microsoft 365 จะไม่ถูกนำไปใช้ฝึกโมเดล AI พื้นฐาน (Foundation Models)
- เคารพสิทธิ์การเข้าถึงเดิม: Copilot แสดงเฉพาะข้อมูลที่ผู้ใช้มีสิทธิ์เข้าถึงอยู่แล้วเท่านั้น จึงควรตรวจสอบการตั้งค่าสิทธิ์การแชร์ไฟล์ใน SharePoint/OneDrive ให้เหมาะสมก่อนเริ่มใช้งาน (สามารถใช้ SharePoint Advanced Management ช่วยตรวจสอบได้)
- การเข้ารหัสข้อมูล: ข้อมูลถูกเข้ารหัสทั้งในขณะพักและขณะส่งผ่าน (เช่น TLS) และประมวลผลภายในขอบเขตบริการของ Microsoft 365 (Service Boundary)
- Microsoft Entra ID และ Entra Agent ID: จัดการข้อมูลประจำตัวแบบรวมศูนย์ รองรับ MFA และ Conditional Access และกำหนดตัวตนและสิทธิ์ให้กับ AI Agent แต่ละตัวได้เหมือนผู้ใช้งานคนหนึ่ง
- Microsoft Purview: รองรับ Sensitivity Labels, Data Loss Prevention (DLP), DSPM for AI, Audit, eDiscovery, Insider Risk Management และนโยบายการเก็บรักษาข้อมูล โดยครอบคลุมถึงงานที่ทำใน Copilot Cowork และมีนโยบายป้องกันไม่ให้ Copilot ใช้อีเมลจากภายนอกองค์กรเป็นข้อมูลอ้างอิง (ลดความเสี่ยง Prompt Injection)
- Agent 365 และ Cost Management: ศูนย์กลางสำหรับฝ่ายไอทีในการลงทะเบียน สังเกตการณ์ กำกับดูแล และรักษาความปลอดภัยของ Agent ทั้งหมดในองค์กร พร้อมเครื่องมือกำหนดงบประมาณและติดตามการใช้เครดิต AI ใน Microsoft 365 admin center
- การควบคุมโมเดลจากผู้ให้บริการภายนอก: การเปิดใช้โมเดลบางรุ่น (เช่น โมเดล Claude บางรุ่นใน Cowork) ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลระบบ และอาจมีการเก็บ Prompt และคำตอบไว้ตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการโมเดล องค์กรจึงควรพิจารณานโยบายด้านข้อมูลก่อนเปิดใช้งาน
- การออกแบบที่ปลอดภัยและ Responsible AI: พัฒนาตามหลัก Secure Development Lifecycle (SDL) และมาตรฐาน Responsible AI ของ Microsoft มีระบบกรองเนื้อหาที่เป็นอันตรายและป้องกันการโจมตีแบบ Prompt Injection พร้อมรองรับมาตรฐานสากล เช่น ISO/IEC 27001 และ GDPR
การเปรียบเทียบ Microsoft Copilot กับ ChatGPT
Microsoft Copilot และ ChatGPT เป็นสองเทคโนโลยีที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ต่างก็ใช้โมเดลตระกูล GPT ของ OpenAI แต่ในปี 2026 Copilot ได้ขยายเป็นระบบ หลายโมเดล ที่รวมโมเดล Claude ของ Anthropic และโมเดล MAI ของ Microsoft เข้าไว้ด้วย ทั้งสองจึงมีวัตถุประสงค์และการใช้งานที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลให้การเลือกใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนอาจแตกต่างกันไปตามความต้องการเฉพาะ
Microsoft Copilot เป็นผู้ช่วย AI ที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานร่วมกับชุดแอปพลิเคชัน Microsoft 365 โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น Word, Excel, PowerPoint, Teams และ Outlook Copilot เข้าใจบริบทจากข้อมูลงานจริงขององค์กร (อีเมล ไฟล์ การประชุม) ผ่าน Work IQ และทำงานภายใต้ระบบความปลอดภัย สิทธิ์การเข้าถึง และนโยบาย Compliance เดียวกับ Microsoft 365 ทำให้ฝ่ายไอทีควบคุมและกำกับดูแลได้ง่าย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในองค์กร
ในทางตรงกันข้าม ChatGPT ซึ่งเป็นผลงานจาก OpenAI เป็นผู้ช่วย AI อเนกประสงค์ที่สนทนากับผู้ใช้ได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ได้ผูกกับแอปพลิเคชันใดแอปพลิเคชันหนึ่ง สามารถตอบคำถาม ให้คำแนะนำ เขียนโค้ด สร้างรูปภาพ หรือสร้างเนื้อหาที่ซับซ้อนได้หลากหลายสถานการณ์ เช่น การสนทนาทั่วไป การระดมไอเดีย หรือการสร้างเนื้อหาทางการตลาด แต่หากต้องการใช้กับข้อมูลภายในองค์กร จะต้องตั้งค่าการเชื่อมต่อและนโยบายความปลอดภัยแยกต่างหาก
- เลือก Copilot เมื่อ: ต้องการ AI ที่ทำงานอยู่ใน Word/Excel/Outlook/Teams โดยตรง ใช้ข้อมูลองค์กรอย่างปลอดภัย เลือกได้หลายโมเดลในที่เดียว และบริหารจัดการผ่านระบบ Microsoft 365 เดิม
- เลือก ChatGPT เมื่อ: ต้องการเครื่องมือ AI อเนกประสงค์สำหรับงานสร้างสรรค์ การค้นคว้า หรือการใช้งานส่วนตัวที่ไม่ผูกกับระบบใดระบบหนึ่ง
Microsoft Copilot รองรับภาษาไทยไหม
การรองรับหลายภาษา (รวมถึงภาษาไทย): ในช่วงเปิดตัว Microsoft 365 Copilot รองรับการใช้งานเพียงภาษาอังกฤษและภาษาหลักไม่กี่ภาษา ต่อมา Microsoft ได้ทยอยขยายภาษาที่รองรับอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบัน ภาษาไทยอยู่ในรายชื่อภาษาที่ Microsoft 365 Copilot รองรับอย่างเป็นทางการแล้ว ผู้ใช้ชาวไทยจึงสามารถพิมพ์คำสั่ง สรุปเอกสาร ร่างอีเมล สรุปการประชุม และสร้างเนื้อหาเป็นภาษาไทยได้ใน Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Teams และ Copilot Chat ความก้าวหน้านี้ทำให้ Copilot เป็นมิตรกับผู้ใช้มากยิ่งขึ้น เพราะสามารถเข้าใจคำสั่งและสร้างเนื้อหาในภาษาของผู้ใช้ได้โดยตรง ลดอุปสรรคด้านภาษาลงอย่างมาก
ข้อควรรู้: ฟีเจอร์ใหม่บางรายการ (เช่น Copilot Cowork, Autopilot, ฟีเจอร์เสียง หรือฟีเจอร์ที่ทยอยเปิดผ่าน Frontier Program) มักเปิดให้ใช้ในภาษาอังกฤษหรือบางประเทศก่อน แล้วจึงทยอยขยายไปยังภาษาอื่น แนะนำให้ตรวจสอบรายชื่อภาษาที่รองรับล่าสุดได้จากเอกสาร “Supported languages for Microsoft Copilot” บนเว็บไซต์ Microsoft Learn
Microsoft Copilot สามารถทำงานร่วมกับเครื่องมือ AI อื่นๆ ได้หรือไม่
Microsoft Copilot ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันในชุด Microsoft 365 เช่น Word, Excel, PowerPoint, Teams และ Outlook โดยเฉพาะ แต่ในปี 2026 Microsoft ได้เปิดกว้างให้ Copilot เชื่อมต่อกับระบบ โมเดล และเครื่องมือ AI อื่นๆ ได้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผ่านมาตรฐานเปิดและเครื่องมืออย่าง Copilot Studio, Copilot Connectors และ Cowork Plugins
การทำงานร่วมกับเครื่องมือ AI อื่น ๆ:
การผสานรวมกับบริการ AI ของ Microsoft: Copilot ทำงานร่วมกับบริการ AI อื่นๆ ของ Microsoft เช่น Microsoft Foundry (เดิมคือ Azure AI Foundry), Microsoft Power Platform, Microsoft Fabric, Power BI และ Dynamics 365 โดยองค์กรสามารถนำโมเดล AI จาก Foundry มาใช้กับ Agent ใน Copilot Studio ได้ ทำให้การผสานรวมและแลกเปลี่ยนข้อมูลเป็นไปอย่างราบรื่น
การเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันและ Agent ภายนอก: Copilot เชื่อมต่อกับระบบภายนอกได้ผ่าน Copilot Connectors (เช่น Jira, Confluence และแหล่งข้อมูลเฉพาะอุตสาหกรรม), Power Automate และรองรับมาตรฐาน Model Context Protocol (MCP) รวมถึง Plugins สำหรับ Copilot Cowork จากพาร์ทเนอร์อย่าง Miro, monday.com, Harvey, LSEG, Morningstar และ S&P Global ตัวอย่างเช่น การสร้าง Workflow ที่ดึงข้อมูลจากระบบ CRM หรือ ERP ภายนอกมาให้ Copilot วิเคราะห์และสรุปผลร่วมกัน
ทางเลือกโมเดล AI หลายค่าย และข้อควรพิจารณา: นอกจากโมเดล GPT-5.x ของ OpenAI แล้ว ปัจจุบันองค์กรสามารถเลือกใช้โมเดล Claude ของ Anthropic ได้ใน Copilot Chat, Word, Researcher, Copilot Cowork และ Copilot Studio รวมถึงโมเดล MAI ที่ Microsoft พัฒนาเอง อย่างไรก็ตาม การเปิดใช้โมเดลจากผู้ให้บริการภายนอกบางรุ่นต้องได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลระบบ และอาจมีเงื่อนไขการเก็บข้อมูลตามผู้ให้บริการนั้นๆ องค์กรจึงควรพิจารณานโยบายด้านข้อมูลก่อนเปิดใช้งาน
Microsoft Copilot มีการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างไร?
Microsoft Copilot ซึ่งมีการอัปเดตฟีเจอร์และการปรับปรุงอยู่เป็นประจำเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการทำงาน เทคโนโลยี AI ของ Copilot นั้นได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้แนวทางที่เน้นไปที่การปรับปรุงความสามารถในการช่วยเหลือผู้ใช้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ ใน Microsoft Copilot นั้นเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ ดังนี้:
1. การอัปเดตผ่านการอัปเดต Microsoft 365
- การอัปเดตอย่างต่อเนื่องทุกเดือน: ฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ Copilot ถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องผ่านบริการคลาวด์และการอัปเดตแอป โดยทยอยเปิดให้ผู้ใช้บางส่วนก่อนแล้วจึงขยายทั้งองค์กร ผู้ดูแลระบบติดตามได้จาก Message Center, Release Notes for Microsoft 365 Copilot และ AI at Work Roadmap ส่วนผู้ใช้ทั่วไปติดตามได้จากบล็อก “What’s New in Microsoft 365 Copilot” ที่ Microsoft เผยแพร่เป็นประจำทุกเดือน
- Microsoft 365 Insider และ Frontier Program: ผู้ใช้ที่เข้าร่วมโปรแกรม Microsoft 365 Insider หรือองค์กรที่เข้าร่วม Frontier Program จะได้ทดลองใช้ฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ Copilot (เช่น Home, Code และ Autopilot) ก่อนการเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ ซึ่งช่วยให้ Microsoft ได้รับข้อมูลย้อนกลับจากผู้ใช้จริงและปรับปรุงฟีเจอร์ให้ดียิ่งขึ้นก่อนการเปิดตัว
2. การอัปเดตผ่านการผสานรวม AI และ Machine Learning
- การอัปเกรดโมเดล AI: Copilot ได้รับการอัปเกรดโมเดลอย่างต่อเนื่อง จาก GPT-4 สู่ GPT-4o, GPT-5 และ GPT-5.x รุ่นล่าสุด พร้อมเพิ่มโมเดล Claude ของ Anthropic และโมเดล MAI ของ Microsoft ทำให้ตอบได้แม่นยำและเข้าใจงานซับซ้อนได้ดีขึ้น
- การขยายขีดความสามารถของ AI: Microsoft ลงทุนในการพัฒนา AI อย่างต่อเนื่อง ทั้งการรองรับภาษาต่างๆ เพิ่มเติม (รวมถึงภาษาไทย) การประมวลผลภาพและเสียง รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ข้อมูลและการทำงานร่วมกัน
3. การอัปเดตผ่านการเพิ่มฟีเจอร์เฉพาะด้าน
- Agent และฟีเจอร์ที่ตอบสนองต่อความต้องการผู้ใช้: ฟีเจอร์ใหม่ๆ มักถูกเพิ่มเข้ามาเพื่อตอบสนองต่อความคิดเห็นของผู้ใช้ เช่น Copilot Cowork, Planner Agent, Skills ใน Excel และ PowerPoint หรือโหมด Critique และ Council ใน Researcher
- การรองรับแอปพลิเคชันและบริการใหม่ ๆ: Copilot ได้รับการอัปเดตเพื่อรองรับแอปพลิเคชันหรือบริการใหม่ๆ ที่ Microsoft เพิ่มเข้ามา เช่น Copilot Notebooks, Meeting Recaps, Office in Copilot และ Agent 365 ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้ประโยชน์จาก Copilot ได้อย่างเต็มที่ในทุกด้านของการทำงาน
Microsoft Copilot มีรูปแบบการคิดค่าใช้จ่ายอย่างไร?
Microsoft Copilot มีการคิดค่าใช้จ่ายหลายรูปแบบตามกลุ่มผู้ใช้งาน ตั้งแต่แบบใช้งานฟรีไปจนถึงไลเซนส์สำหรับองค์กร (ราคาอ้างอิงจากเว็บไซต์ Microsoft สหรัฐฯ ณ เดือนกันยายน 2026 เป็นสกุลเงิน USD ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลง และราคาในประเทศไทยอาจแตกต่างกันตามช่องทางจำหน่าย) ดังนี้:
- Microsoft Copilot (ฟรี): สำหรับบุคคลทั่วไป ใช้งานแชตผ่านเว็บ แอปบน Windows และมือถือ (มีขีดจำกัดการใช้งาน)
- Microsoft 365 Personal / Family / Premium: แพ็กเกจสำหรับผู้ใช้ทั่วไปมี Copilot ใน Word, Excel, PowerPoint และ Outlook รวมอยู่ด้วย โดย Microsoft 365 Premium (ประมาณ 19.99 USD/เดือน) ให้โควตา Copilot สูงสุดพร้อม Agent อย่าง Researcher และ Analyst และเข้ามาแทนที่ Copilot Pro ซึ่งยุติการจำหน่ายไปแล้ว
- Microsoft 365 Copilot Chat (องค์กร): ใช้งานได้โดยไม่มีค่าไลเซนส์เพิ่มสำหรับผู้ใช้ Microsoft 365 แบบธุรกิจที่มีสิทธิ์ ส่วนการใช้งาน Agent ขององค์กรจะคิดค่าบริการตามการใช้งาน (Metered)
- Microsoft 365 Copilot Business (องค์กรไม่เกิน 300 ผู้ใช้): ราคาปกติ 21 USD/ผู้ใช้/เดือน (สัญญารายปี) หรือ 25.20 USD แบบรายเดือน ซื้อเป็น Add-on คู่กับ Business Basic / Standard / Premium และมีโปรโมชัน 18 USD สำหรับลูกค้า Microsoft 365 เดิม (ปีแรก ระหว่าง 1 ก.ค.–31 ธ.ค. 2026)
- แพ็กเกจรวม Copilot สำหรับธุรกิจ: Microsoft 365 Business Standard with Copilot ราคา 23.50 USD และ Business Premium with Copilot ราคา 32 USD/ผู้ใช้/เดือน (รายปี) ซึ่งมักคุ้มกว่าการซื้อแยก
- Microsoft 365 Copilot (Enterprise): ราคาอ้างอิง 30 USD/ผู้ใช้/เดือน (สัญญารายปี) ซื้อเป็น Add-on คู่กับไลเซนส์องค์กรที่รองรับ เช่น E3 / E5 หรือเลือก Microsoft 365 E7 (The Frontier Suite) ราคา 99 USD/ผู้ใช้/เดือน ที่รวม E5, Microsoft 365 Copilot, Agent 365 และ Entra Suite ไว้ในชุดเดียว
- Copilot Cowork, Agent 365 และ Copilot Studio: Copilot Cowork คิดค่าบริการตามการใช้งาน (Copilot Credits) โดยผู้ดูแลระบบกำหนดงบประมาณได้, Agent 365 ราคา 15 USD/ผู้ใช้/เดือน และ Copilot Studio คิดตามปริมาณการใช้งานของ Agent แบบแพ็กความจุหรือ Pay-as-you-go
นอกจากนี้ Microsoft และพาร์ทเนอร์ยังมีโปรโมชันและช่วงทดลองใช้เป็นระยะ สำหรับองค์กรที่ต้องการทดลองใช้งาน Microsoft Copilot ก่อนตัดสินใจ สามารถติดต่อทีม AskMe เพื่อขอใบเสนอราคาล่าสุดและคำแนะนำในการเลือกแพ็กเกจที่เหมาะสมที่สุด
Microsoft Copilot ในปัจจุบันและอนาคต (อัปเดตล่าสุด 2026)
ตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา Microsoft ได้ทยอยเปิดตัวและปรับปรุง Copilot อย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน Microsoft Copilot ได้ก้าวจาก “ผู้ช่วยตอบคำถาม” สู่ยุคของ “AI Agent” ที่ลงมือทำงานแทนผู้ใช้ได้จริง และกำลังถูกวางตำแหน่งให้เป็น “ระบบปฏิบัติการใหม่สำหรับการทำงาน” โดยมีพัฒนาการและเหตุการณ์สำคัญดังนี้:
รวมไฮไลต์ฟีเจอร์เด่นที่เปิดตัวและทยอยปล่อยใช้งานในปี 2026 ครอบคลุมทั้งแอป Copilot โฉมใหม่, Microsoft 365 Copilot, Windows 11 และเครื่องมือสำหรับองค์กร
1. Copilot โฉมใหม่: Home, Code & Autopilot (ก.ย. 2026)
Home: จุดเริ่มต้นใหม่ของ Copilot ที่รวม Chat และ Cowork ไว้ด้วยกัน พร้อม Office in Copilot ที่ให้สร้างและแก้ไขไฟล์ Word, Excel และ PowerPoint ได้ภายในแอป Copilot โดยไฟล์ยังซิงก์กับแอป Office ตามปกติ
Code: ให้ผู้ใช้ทั่วไปอธิบายแอป แดชบอร์ด ตัวติดตามงาน หรือระบบอัตโนมัติด้วยภาษาธรรมชาติ แล้วให้ Copilot สร้างให้ ใช้เทคโนโลยีเดียวกับ GitHub Copilot และทำงานในสภาพแวดล้อมแบบ Sandbox ภายใน Tenant ขององค์กร
Autopilot: Agent ส่วนตัวที่ทำงานต่อเนื่องและเชิงรุก (เดิมชื่อ Scout) ตั้งชื่อ บทบาท และเป้าหมายได้ ติดตามแชต ช่องทาง Teams และอีเมล และทำงานต่อได้แม้ผู้ใช้ไม่ได้ออนไลน์ ภายใต้สิทธิ์และการกำกับดูแลขององค์กร
สถานะการเปิดใช้งาน: Home และ Code ทยอยเปิดผ่าน Frontier Program ในช่วงหลายสัปดาห์ถัดไป ส่วน Autopilot ขยายสู่ Private Preview ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2026
2. Microsoft 365 Copilot Wave 3 & Copilot Cowork
Copilot Cowork: Agent สำหรับงานยาวหลายขั้นตอนที่พัฒนาร่วมกับ Anthropic เปิดให้ใช้งานทั่วไปตั้งแต่ 16 มิ.ย. 2026 ทำงานเบื้องหลัง ตั้งเวลาหรือตั้งทริกเกอร์ตามเหตุการณ์ได้ (แท็บ Automations) เลือกระดับความพยายาม (Effort) ได้ และส่งมอบงานเป็นไฟล์พร้อมใช้
Agentic ในแอป Office: Copilot ใน Word, Excel, PowerPoint และ Outlook สามารถวางแผนและแก้ไขงานแบบหลายขั้นตอน รวมถึงบน iPhone และ iPad
Researcher & Analyst: Agent สำหรับค้นคว้าและวิเคราะห์เชิงลึก โดย Researcher มีโหมด Critique (ใช้ Claude ช่วยขัดเกลาคำตอบจาก GPT) และ Council (เปรียบเทียบคำตอบของ GPT และ Claude) พร้อม Copilot Memory
Skills: บันทึกวิธีทำงานที่ใช้บ่อยเป็น Skills เรียกใช้ซ้ำได้ใน Excel, PowerPoint และ Cowork ทั้งแบบสำเร็จรูปและแบบที่องค์กรสร้างเอง
3. โมเดล AI หลายค่าย (Multi-model)
OpenAI GPT-5.x: Copilot ใช้โมเดล GPT รุ่นล่าสุดของ OpenAI เป็นหลัก พร้อมโหมด Auto ที่เลือกระหว่างการตอบเร็วและการคิดเชิงลึกให้อัตโนมัติ
Anthropic Claude: เลือกใช้ได้ใน Copilot Chat, Word, Researcher, Cowork และ Copilot Studio (ขึ้นกับการอนุญาตของผู้ดูแลระบบ)
โมเดล MAI ของ Microsoft: ในงาน Build 2026 Microsoft เปิดตัวตระกูลโมเดลที่พัฒนาเอง ครอบคลุมงานข้อความเชิงเหตุผล เสียง การถอดความ รูปภาพ และการเขียนโค้ด
4. ฟีเจอร์ใหม่ใน Teams / Excel / Word / PowerPoint / Notebooks
Meeting Recaps ใน Teams: แอปรวมสรุปการประชุมย้อนหลัง 30 วัน ทั้งแบบข้อความและแบบเสียง (สำหรับการประชุมที่มีการบันทึกหรือถอดความ)
Copilot ใน Excel: ดึงข้อมูลจากรายงาน Power BI มาวิเคราะห์, จัดรูปแบบตามธีมหรือ Brand Kit ขององค์กร และกำหนดกฎเฉพาะไฟล์ผ่านชีต .Rules
Copilot ใน Word และ PowerPoint: สร้างสารบัญ หัวกระดาษ ท้ายกระดาษ เชิงอรรถ แก้ไขตามความคิดเห็น สรุปสิ่งที่เปลี่ยนแปลง (Catchup) และสร้างสไลด์จากทั้งโฟลเดอร์ใน SharePoint
Copilot Notebooks และ Planner: Notebooks เปิดให้ผู้ใช้ Copilot Chat ใช้งานได้ รองรับอีเมล Outlook และไฟล์ Markdown/TXT/RTF เป็นข้อมูลอ้างอิง และสร้าง/อัปเดตงานใน Planner ผ่านแชตได้
5. Windows 11 & Copilot+ PCs
Recall & Click to Do: ค้นหาสิ่งที่เคยเห็นบนหน้าจอย้อนหลัง (แบบเลือกเปิดเอง ข้อมูลเข้ารหัสไว้ในเครื่อง) และเรียกเมนู AI จากสิ่งที่อยู่บนหน้าจอเพื่อสรุปข้อความหรือแก้ไขรูปภาพ บน Copilot+ PC
AI-powered Windows Search: ค้นหาไฟล์ รูปภาพ และการตั้งค่าในเครื่องด้วยภาษาธรรมชาติ ผ่าน Search, Settings และ File Explorer
Copilot Key, “Hey Copilot” & Copilot Vision: เปิดแอป Copilot ได้ทันทีผ่านปุ่มบนคีย์บอร์ดหรือสั่งด้วยเสียง และแชร์หน้าจอให้ Copilot ช่วยแนะนำแบบเรียลไทม์
6. Copilot สำหรับผู้ใช้ทั่วไป: รวมเป็นแอปเดียว
แอป Copilot แบบรวมศูนย์: ในปี 2026 Microsoft รวมแอป Copilot สำหรับผู้ใช้ทั่วไปเข้ากับแอปสำหรับการทำงาน โดยยังคงฟีเจอร์เด่นอย่างการถามเรื่องสุขภาพ การเรียน และข่าวสาร ขณะที่ฟีเจอร์บางรายการ เช่น Group Chats, Podcasts และอวตาร Mico ได้ยุติการให้บริการแล้ว
7. เครื่องมือดูแลและความปลอดภัยสำหรับองค์กร
Agent 365 & Microsoft 365 E7: Agent 365 เป็นศูนย์กลางควบคุม Agent ทั้งองค์กร เปิดให้ใช้งานทั่วไปพร้อม E7 (The Frontier Suite) ตั้งแต่ 1 พ.ค. 2026 พร้อม Agent 365 Dashboard ใน Copilot Analytics
Cost Management & FinOps for AI: กำหนดนโยบายการใช้จ่าย แจ้งเตือนงบประมาณ และติดตามการใช้เครดิต Copilot ระดับทีม เพื่อบริหารค่าใช้จ่าย AI ได้อย่างโปร่งใส
Microsoft Purview สำหรับ Copilot และ Cowork: ครอบคลุม Audit, DSPM, eDiscovery, Insider Risk และ DLP พร้อมนโยบายป้องกันการใช้อีเมลภายนอกเป็นข้อมูลอ้างอิงของ Copilot
Copilot Studio: สร้าง Agent แบบ Low-code รองรับหลาย Agent ทำงานร่วมกัน มาตรฐาน MCP และเชื่อมต่อแหล่งข้อมูลองค์กรได้หลากหลาย
โดยภาพรวม Microsoft Copilot ได้กลายมาเป็นหนึ่งในเครื่องมือ AI ที่สำคัญที่สุดสำหรับการทำงาน ไม่ใช่แค่แนวคิดหรือต้นแบบอีกต่อไป แต่เป็นแพลตฟอร์มที่องค์กรทั่วโลกใช้งานจริง (มีรายงานว่ามีการสมัครใช้ Copilot แบบเสียเงินมากกว่า 30 ล้านไลเซนส์ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2026) และกำลังขยายขอบเขตอย่างรวดเร็ว ทั้งในแง่ภาษาที่รองรับ โมเดล AI ที่เลือกใช้ได้ และความสามารถแบบ Agent ที่ทำงานแทนได้มากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่า Microsoft จะยังคงเดินหน้าพัฒนา Copilot อย่างต่อเนื่องต่อไป ดังนั้นเราสามารถคาดหวังได้ว่า ผู้ช่วย AI อัจฉริยะตัวนี้จะยิ่งฉลาดขึ้นและมีประโยชน์มากขึ้นในอนาคตอันใกล้ และการมี Copilot และ AI Agent คอยช่วยกำลังจะกลายเป็นเรื่องปกติในทุกที่ทำงาน เหมือนกับที่คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเคยเปลี่ยนโฉมหน้าการทำงานมาแล้วในอดีต
ข้อสรุป :
“Microsoft Copilot” เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพในการทำงานประจำวัน ด้วยการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นล่าสุดจากหลายค่าย ทั้งช่วยลดเวลาที่ใช้ในการทำงานที่ต้องการความละเอียดและความซับซ้อน และยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถโฟกัสกับงานที่มีความสำคัญได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเขียนและแก้ไขเอกสารใน Word, การวิเคราะห์ข้อมูลใน Excel, การสร้างสไลด์ใน PowerPoint, การจัดการอีเมลใน Outlook, การทำงานร่วมกันใน Teams หรือการมอบหมายงานยาวๆ ให้ Copilot Cowork และ Autopilot ช่วยทำแทน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและการกำกับดูแลระดับองค์กรของ Microsoft 365 การใช้งาน Copilot อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้การทำงานของคุณเป็นระเบียบและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย
ให้ทีม Askme ช่วยคุณนำ Microsoft Copilot ไปใช้ในองค์กรให้ราบรื่น เห็นผลมากที่สุด ด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ เชี่ยวชาญ เราเข้าไปดูกระบวนการของคุณ ช่วยดูว่าจะเพิ่ม Copilot ไปเสริมได้ตรงไหน และมีทีมที่ไปช่วยเทรนพนักงานของคุณให้ใช้ได้คล่องแคล่ว
หากลูกค้าท่านใดสนใจ หรือสอบถามข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ตามด้านล่างนี้👇🏻
- กรุงเทพฯ โทร 02-245-1335-7
- เชียงใหม่ โทร 053-858-186
- ขอนแก่น โทร 096-415-4445
- ชลบุรี/ระยอง โทร 099-614-4995
- หาดใหญ่/สงขลา โทร 094-236-9994
- Email: sales@askme.co.th
- Line: @askme
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Microsoft Copilot 365 อ่านได้ที่นี่
- Microsoft Copilot คืออะไร
- ความแตกต่างระหว่าง Copilot และ ChatGPT
- Microsoft Copilot ราคาเท่าไหร่? คิด License อย่างไร?
- คู่มือการใช้งาน Microsoft Copilot: การตั้งค่า ฟีเจอร์ และเคล็ดลับที่ควรรู้ (อัปเดตล่าสุด)
- การใช้งาน Copilot ใน Microsoft 365
- โปรโมชั่น: Microsoft Copilot 365 Promotion – ราคาที่พิเศษที่สุด พร้อมทั้งดูแลตลอดการใช้งาน
